* Silom Executive Cars

* Synergy E

* Web Sponsors - contact: adminfortunerclub@gmail.com

* ประกาศและปฏิทินกิจกรรม


ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits  (อ่าน 4565 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ MaTrIx

    FC 996
  • Full Member
  • กระทู้: 12
    • ดูรายละเอียด
จริงๆ ตอนนี้ใส่ King อยู่ครับ ใช้มาสักพัก Revalve มาแล้วหลายครั้ง ก็ยังรู้สึกว่ากระด้างอยู่ เจอ ลูกระนาด รูสึกสะท้านขึ้นมาบนรถเลย.. แต่ว่าลืมความรู้สึกสริงเดิมไปแล้ว เลยมาลองถามดูครับว่ามันจะนิ่มกว่า King มั้ย... หรือมี spring สูง standard ตัวไหนแนะนำมั้ยครับ

ออฟไลน์ ACTIVE

    FC 167
  • สิ่งใดๆโลกนี้ไม่มีเทียบเทียมอุ่นอกอุ่นใจอ้อมอกแม่นอน
  • Full Member
  • กระทู้: 326
  • เงินทองหามาได้ก็ยื่นให้ลูกและเมีย (แล้วฉันละ)
    • ดูรายละเอียด
    • Bracoderetail Solutionsystems Co., Ltd.
Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 11:30:45 AM »
  • Share
  • เคยใช้คู่กับสปริงเดิมผมว่าโอกว่าสปริงแต่งนะ (ส่วนตัว)

    ออฟไลน์ eddy can

      FC 16912
    • Full Member
    • กระทู้: 6632
    • ชีวิตคือธรรมชาติ
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 11:50:02 AM »
  • Share
  • มาเก็บข้อมูลคราบบบบบบบบบบบ

    ออฟไลน์ Mak_k

      FC 4444
    • Full Member
    • กระทู้: 1140
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 12:06:01 PM »
  • Share
  • ผมใช้หลังแบบเดียวกับคุณ แต่หน้าเป็นไอบัส
    ผมว่าน่าจะปรับแรงดันลมของโช๊คลดลง เหลือ 11/7 ดูครับ

    ออฟไลน์ Ice_Pathum

      FC 16161
    • Full Member
    • กระทู้: 2749
    • FC ปทุมธานี
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 01:09:07 PM »
  • Share
  • มาเก็บข้อมูลครับ

    ออฟไลน์ R_tui

      FC 19663
    • Full Member
    • กระทู้: 62
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 01:10:40 PM »
  • Share
  • ลองกลับไปที่ร้านปรับ rebound ที่ sub tank ลง ให้มันนุ่มหน่อย อาจจะชอบ
    ++ สปริง เดิม แตนๆ มันกระด้างกว่าครับ ++

    ออฟไลน์ benja

      FC 4541
    • Full Member
    • กระทู้: 507
    • คิดถึงแต่ตัวเอง = เห็นแก่ตัว
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 01:59:52 PM »
  • Share
  • จริงๆ ตอนนี้ใส่ King อยู่ครับ ใช้มาสักพัก Revalve มาแล้วหลายครั้ง ก็ยังรู้สึกว่ากระด้างอยู่ เจอ ลูกระนาด รูสึกสะท้านขึ้นมาบนรถเลย.. แต่ว่าลืมความรู้สึกสริงเดิมไปแล้ว เลยมาลองถามดูครับว่ามันจะนิ่มกว่า King มั้ย... หรือมี spring สูง standard ตัวไหนแนะนำมั้ยครับ

    ผมก็ใช้ชุดนี้อยู่ ความรู้สึกเหมือนกันเลย

    เคยรีวาล์วให้นิ่มลงเจอลูกระนาดก็ดีขึ้น แต่เวลาขับเร็วๆ เจอคอสะพานเส้นมอเตอร์เวย์รถลอยทั้งคัน ถนนเป็นคลื่นก็จะโคลงๆ

    จะเปลี่ยนสปริงไปเป็นไอบัค ก็เตี้ยลงอีก อยากได้ความสูงเท่าเดิมควรใช้สปริงอะไรครับ

    ออฟไลน์ huato

      FC 20134
    • Full Member
    • กระทู้: 30
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 04:02:30 PM »
  • Share
  • ของผมใช้ชุดนี้อยู่ ก็ุนุ่มนวลดีนะครับ ผมใช้ล้อ 18TRD ทุกวันนี้ยังกระโดดสะพานเป็นว่าเล่นก็โอเคดีครับ ลองให้เฮียคี้ลองขับซักรอบสิครับแล้วบอกเขาเลยว่าอยากได้แบบไหน
    ส่วนเรื่องกระด้างอย่ามองข้ามเรื่องยางและช่วงล่างด้วยนะครับพวกลูกหมากไม้ตีกลองครับถ้ารถวิ่งมาเกินแสนกิโล ผมเคยแก้จนเบื่อไปจนสุนัขที่อู่ยังจำหน้าได้เลย
    พอเปลี่ยนลูกหมากกับได้ยางใหม่ สวรรค์บังเกิดเลยครับ

    ออฟไลน์ pom fortuner

      FC 16658
    • Full Member
    • กระทู้: 2942
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 04:54:32 PM »
  • Share
  • เคยใช้ Billstien เหลืองใส่สปริง King คู่หน้าอยู่ครับ + ล้อ 17" ยาง 265x65x17  หนึบแนวกระด้างมาก

     สุดท้ายเปลี่ยนเป็นสปริงเดิมนิ่มกว่า King แน่นอนครับ... ถ้าไม่ชอบกระด้างแนะนำ spring 2.7 standard ครับ

    อย่างที่ท่านบนบอกครับ ขนาดวงล้อ + ยาง + ลมยาง มีส่วนมาก ๆ เหมือนกัน

    ค่อย ๆ ไล่ไปทีละเสต็ปดีกว่าครับ...รีบ ๆ เดี๋ยวกระเป๋าบาน

    ส่วนใหญ่แล้วสปริงแต่ง ค่า K มากกว่าสปริงเดิมครับ

    ออฟไลน์ Noom.s

      FC 16217
    • ธนบุรี11
    • Full Member
    • กระทู้: 11498
    • บางครั้งคำถามก็ไม่ต้องการคำตอบ
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 04:59:38 PM »
  • Share
  • มาเก็บข้อมูลครับ

    ออฟไลน์ pom fortuner

      FC 16658
    • Full Member
    • กระทู้: 2942
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #10 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 05:02:47 PM »
  • Share
  • ว่าง ๆ ก็ค่อย ๆ อ่านกันน๊ะครับ

    ค่า K ของสปริง (Spring Rate)คือค่าความแข็ง-อ่อนของสปริงที่จะยุบตัวตามสัดส่วนตามน้ำหนักที่กดทับ โดยมีหน่วยเป็น Kg/mm ,N/mm หรือ Lbs/in ( 1 Kg/mm = 9086 N/mm = 56 Lbs/in)

                    ตัวอย่างเช่น สปริงมีค่า K = 5 Kg/mm แสดงว่าสปริงตัวนี้ เมื่อมีน้ำหนัก 5 กิโลกรัมมากดทับ สปริงจะยุบตัวลง 1 มิลลิเมตร
                    เพราะฉะนั้น สปริงที่ค่า k มากจะยุบตัวหรือแข็งกว่าสปริงที่มีค่า k น้อย
    ชนิดของสปริง

                  1.  Linear Spring คือสปริงที่มีระยะห่างระห่างขดเท่ากันตลอดทั้งวง เช่นแต่ละขดห่างกัน 20 ม.ม.ตลอดทั้งวง สปริงนี้จะมีค่า k เดียว

                  2.  Step Spring   คือสปริงที่มีระยะห่างระหว่างขดแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือมีทั้งขดถี่และห่างในวงเดียวกัน เช่นห่างกัน 15 และ 25 ม.ม.เท่ากับว่าสปริงนี้มีค่า k  2 ค่าในวงเดียวกัน  เมื่อมีน้ำหนักมากดทับ ขดที่ถี่กว่าจะยุบตัวก่อน (ค่า  k น้อย) จนเมื่อน้ำหนักมากขึ้นขดสปริงที่ห่าง(ค่า k มาก)จะมารับช่วงต่อเป็นการทำงานที่ต่อเนื่อง และประสานความนุ่มนวลขณะคลาน และมั่นคงในการขับขี่ขณะกดคันเร่งลึกๆ

                 3.   Progressive Spring คือสปริงที่มีระยะห่างระหว่างขดไม่เท่ากันเลย จะมีระยะห่างระหว่างขดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่า k ของแต่ละขดจะไม่เท่ากัน สปริงนี้จะค่อยๆเพิ่มความแข็งขึ้น ไปจนถึงค่า k สูงสุด  ขับช้าก็นิ่ม ยิ่งเร็วยิ่งแข็งขึ้นตามลำดับอย่างต่อเนื่อง

    ค่า k ของสปริงรถยนต์คือค่าความแข็งของ ขดสปริงรถยนต์หรือคอลย์สปริง ที่ใช้ในระบบรองรับน้ำหนักรถยนต์
          
           สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ เมื่อทำการออกแบบระบบรองรับน้ำหนักรถยนต์ วิศวกรจะต้องกำหนดค่า k ของคอลย์สปริงให้เหมาะสมกับการใช้งานและน้ำหนักของรถยนต์ เพื่อให้ได้สมรรถนะการขับขี่และยึดเกาะถนนที่ดี รวมถึงการทรงตัว และความนุ่มนวลในการขับขี่ โดยสอดคล้องกับการใช้งานจริง
          
           รถยนต์ในแต่ละยี่ห้อจะมีค่า k ที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้ในรถบางรุ่นที่ใช้ตัวถังเดียวกัน แต่ต้องดูว่ามีอะไรแตกต่างกันบ้าง เช่น ขนาดของเครื่องยนต์ ตำแหน่งการจัดวางเครื่อง การออกแบบระบบขับเคลื่อน ระบบกันสะเทือน น้ำหนักรถยนต์รวมทั้งความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกขณะใช้งาน

    ค่า k ของสปริงแข็ง เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูง จะช่วยให้ยึดเกาะถนนทรงตัวดี แต่หากใช้กับการใช้งานทั่วไปที่ความเร็วต่ำจะขาดความนุ่มนวลไปบ้าง แต่ก็ขึ้นกับปัจจัยอื่นประกอบ
          
           ค่า k ของสปริงอ่อน เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ใช้งานในความเร็วต่ำๆ ซึ่งจะให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงๆ จะทำใหรถมีอาการโยนตัวหรือโคลงได้
          
           ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า หลายคนเมื่อซื้อรถยนต์ใหม่ก็อยากที่จะไปตกแต่งระบบกันสะเทือนใหม่ โดยใช้วิธีเปลี่ยนล้อ เพิ่มขนาดล้อ ดัดแปลงคอลย์สปริงด้วยการตัดหรือเปลี่ยนใหม่ แม้กระทั่งยกชุดเปลี่ยนโช้คอัพใหม่ทั้ง 4 ตัว ตามร้านประดับยนต์ทั่วไป
          
           ดังนั้น หากผู้ใช้รถมีความประสงค์ที่จะดัดแปลงระบบช่วงล่างให้แตกต่างจากโรงงานกำหนด ควรคำนึงถึงค่า k ว่าเหมาะสมกับการใช้งานจริงหรือไม่ หรือสอบถามผู้ที่ชำนาญก่อนตัดสินใจ

    ไอ้ตัวค่า K ที่พูดกันมันก็คือ  Sping Rate ซึ่งค่านี้จะมีผลกับความนุ่มนวลของช่วงล่างโดยตรง  

    Sping rate (k) คือค่าความแข็ง-อ่อนคงที่ของสปริงที่จะยุบตัวเป็นส่วนตามน้ำหนักที่กดทับ  โดยทั่วไปของญี่ปุ่น จะใช้หน่วยเป็น Kg/mm.  กิโลกรัม/มม.
    ซึ่งบ้านเราจะคุ้นเคยกับหน่วย Kg/mm. มากกว่า   แต่ก็มีบ้างที่ใช้หน่วยเป็น N/mm. และ lbf/in...
    โดย 1Kg/mm. จะเท่ากับ 56 lbs/in และ 9.86 N/mm. นั่งเอง

    ยกตัวอย่าง
    คอยล์สปริงของรถรุ่นเดียวกัน แต่ค่า k ต่างกัน คือ  

    ตัวแรกอยู่ที่ 8Kg/mm.
    ตัวที่สองอยู่ที่ 12 Kg/mm.

    เท่ากับว่า สปริงตัวแรกจะยุดตัวลง 1มม. เมื่อมีน้ำหนัก ขนาด 8 กก. มากดทับ  ในขณะที่ตัวที่สอง ต้องใช้น้ำหนักถึง 12 กก. สปริงจึงจะยุบตัวลง 1 มม.

    ซึ่งนั่นเท่ากับว่าสปริงตัวที่ 2 แข็งกว่าสปริงตัวแรกนั่นเอง  


    มีข้อวิเคราะห์คร่าวๆ ได้ด้วยตาเปล่าครับ

    1.ความโตของสปริง ที่ยิ่งข้อใหญ่ก็จะยิ่งแข็งนั่นเอง

    2.เส้นผ่าศูนย์กลางของคอยล์สปริง หากได้โดยเอาเส้นผ่าศูนย์กลางด้านนอกของคอยล์สปริง "ลบ" ด้วยความโตของเส้นสปริง (หน่วยเป็น มม.)  ก็จะได้ตัวเลขของเส้นผ่านศูนย์กลางของคอยล์สปริงนั่นเอง  ซึ่งถ้าตัวเลขของเส้นผ่านศูนย์กลางยิ่งมาก (วงกว้างขึ้น) ค่า k ก็จะยิ่งลดลง

    3.จำนวน และรูปแบบของขดสปริง   สปริงที่มีจำนวนขดน้อยกว่า จะมีค่าความแข็งสูงกว่า  แต่ก็ยังมีตัวแปรในส่วนของรูปแบบของขดสปริงเกี่ยวข้องอีก  โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบ

       3.1 Linear spring ก็คือ สปริงที่มีระยะห่างระหว่างขดเท่ากันโดนตลอดทั้งชิ้น  สมมติว่าสปริงแต่ละขดห่างกัน 15 มม. มันก็จะห่างเท่ากันยังงั้นตลอดทั้งเส้น  ซึ่งค่า k ของสปริงแบบนี้จะเป็นค่าเดียว

       3.2 step spring สปริงแบบนี้จะมีระยะห่างแต่ละขด แบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ  มีทั้งขดถี่และห่าง ในวงเดียวกัน  เช่น 15 กับ 30 มม. เท่ากับว่ามีค่า k 2 ระดับในคอยล์สปริงขดเดียว  คือ  เมื่อมีน้ำหนักมากดทับที่ตัวสปริง ขอที่ถี่จะยุบตัวก่อน(ค่า k น้อย)   จนเมื่อน้ำหนักมากขึ้น ขดสปริงที่ห่าง (ค่า k สูงกว่า) ก็จะเข้ามารับผิดชอบต่อ  เป็นการผสานซึ่งความลงตัวของความนุ่มนวลในขณะคลานและมั่นคงในการขับขี่ยามกระหน่ำคันเร่งหนักๆ  ได้อย่างดี

       3.3  Progressive Sping  แบบนี้จะมีระยะห่างระหว่างขดไม่เท่ากันเลย คือ จะชิด แล้วค่อยๆเพิ่มระยะความห่างไปเรื่อยๆ  ค่า k ของสปริงแต่ละขดก็จะไม่เท่ากันด้วย  เท่ากับว่าสปริงแบบ Progressive  จะนำเสนอตั้งแต่แรงกดน้อยๆ  แล้วค่อยๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่องไปจนถึงค่า k สูงสุดเลยทีเดียว


    ขอบคุณที่มา : http://manager.co.th | 7 ก.ย. 2549 เวลา : 19:03:09 น

    ออฟไลน์ เชน_นิมมาน

      FC 8491
    • Full Member
    • กระทู้: 727
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #11 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 05:07:26 PM »
  • Share
  • สปริง king  ที่ใช้อยู่เป็นตัวไหนครับ 
    ขอข้อมูลหน่อย  ด้านหลังเป็นเบอร์อะไร  212 หรือ 212c

    ออฟไลน์ MaTrIx

      FC 996
    • Full Member
    • กระทู้: 12
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 08:57:02 PM »
  • Share
  • สปริงที่ใช้ ด้านหลังเป็น S212 ครับผม แต่ที่ผมว่ากระด้างนี่ ทั้งหน้าหลังนะครับ ขับเร็วนี่ผมไม่เถียงว่าค่อนข้าง ok เลย แต่ว่าใน กทมนี่ กระด้างมากเลยครับผม

    ออฟไลน์ MaTrIx

      FC 996
    • Full Member
    • กระทู้: 12
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 06:32:13 PM »
  • Share
  • จริงๆ ตอนนี้ใส่ King อยู่ครับ ใช้มาสักพัก Revalve มาแล้วหลายครั้ง ก็ยังรู้สึกว่ากระด้างอยู่ เจอ ลูกระนาด รูสึกสะท้านขึ้นมาบนรถเลย.. แต่ว่าลืมความรู้สึกสริงเดิมไปแล้ว เลยมาลองถามดูครับว่ามันจะนิ่มกว่า King มั้ย... หรือมี spring สูง standard ตัวไหนแนะนำมั้ยครับ

    ออฟไลน์ MaTrIx

      FC 996
    • Full Member
    • กระทู้: 12
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 06:32:42 PM »
  • Share
  • จริงๆ ตอนนี้ใส่ King อยู่ครับ ใช้มาสักพัก Revalve มาแล้วหลายครั้ง ก็ยังรู้สึกว่ากระด้างอยู่ เจอ ลูกระนาด รูสึกสะท้านขึ้นมาบนรถเลย.. แต่ว่าลืมความรู้สึกสริงเดิมไปแล้ว เลยมาลองถามดูครับว่ามันจะนิ่มกว่า King มั้ย... หรือมี spring สูง standard ตัวไหนแนะนำมั้ยครับ

    ออฟไลน์ pom fortuner

      FC 16658
    • Full Member
    • กระทู้: 2942
      • ดูรายละเอียด
    Re: รบกวนเปรียบเทียบ Spring เดิม กับ King หน่อยครับ ใส่ Hotbits
    « ตอบกลับ #15 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 07:23:24 PM »
  • Share
  • จริงๆ ตอนนี้ใส่ King อยู่ครับ ใช้มาสักพัก Revalve มาแล้วหลายครั้ง ก็ยังรู้สึกว่ากระด้างอยู่ เจอ ลูกระนาด รูสึกสะท้านขึ้นมาบนรถเลย.. แต่ว่าลืมความรู้สึกสริงเดิมไปแล้ว เลยมาลองถามดูครับว่ามันจะนิ่มกว่า King มั้ย... หรือมี spring สูง standard ตัวไหนแนะนำมั้ยครับ

    ไปหาสปริงเดิมติดรถมาประจำการแทน ก็จบแล้วครับ

     


    * TC-DRIVE


    Facebook Comments