* Silom Executive Cars

* Synergy E

* Web Sponsors - contact: adminfortunerclub@gmail.com

* ประกาศและปฏิทินกิจกรรม


ผู้เขียน หัวข้อ: สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ.ดอนเจดีย์เมืองสุพรรณ  (อ่าน 8787 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
ในวันจันทร์ ช่วงเย็น เดือนยี่แรม ๒ ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับพ.ศ ๒๑๓๕ สมเด็จพระนเศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
ของชนชาติไทย ได้ทรงกระทำยุทธหัตถี และมีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชา มหาอุปราชแห่งหงสาวดี ณ.ทุ่งหนองสาหร่าย
ศึกครั้งนี้ เป็นศึกใหญ่ หลังการประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง นับเป็นศึกครั้งที่ ๔ ระหว่างกองทัพอโยธยา และหงสาวดี
ทัพจากหงสาวดี ทั้งทัพม้า ทัพช้าง กำลังพลเดินเท้า มากมายหลายแสนนาย กรีฑาทัพมุ่งสู่กรุงศรีอยุธยา
หมายจะบดขยี้ กองทัพของสมเด็จพระนเรศวรให้ราบเรียบเป็นหน้ากลอง  แต่โชคร้าย แม่ทัพใหญ่ของทัพหงสา
พระมหาอุปราชาพ่ายแพ้ แบบไม่มีโอกาสได้แก้ตัว สิ้นพระชนม์ชีพบนคอของพลายพัทธกอ ช้างศึกของพระองค์เอง
จากการกระทำยุทธหัตถี กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  นี่คือการสู้รบที่ยิ่งใหญ่ระบือลั่นไปทั่วโลก


ภายหลังชนะศึกใหญ่ครั้งนี้ สมเด็จพระนเรศวร ทรงมีรับสั่งให้สร้างสถูปเจดีย์เพื่อเป็นการประกาศชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของชนชาติไทย
ณ.สถานที่ที่ทรงกระทำยุทธหัตถี  ปัจจุบันนี้ตั้งอยู่ในตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี


มีการค้นพบ หลังการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา เจดีย์องค์นี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรก
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๖ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเสด็จไปประกอบพิธี
บวงสรวงสมโภชอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี พ.ศ ๒๔๖๕
ในครั้งแรกที่พบนั้น ปรากฎซากเจดีย์ สี่เหลี่ยมกว้างยาวประมาณ ๒๐ เมตร มีความสูงจากฐานถึงส่วนบนราว ๗ เมตร
ในหลวงรัชกาลที่ ๖ ทรงมีรับสั่งให้บูรณะปฏิสังขรณ์  แต่เงินท้องพระคลังไม่มี เนื่องจากในยุคนั้น
ประเทศไทยและอารยะประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามหลายๆด้าน สภาพเศรษฐกิจของเมืองสยามอยู่ในสภาพที่ขาดแคลน
จึงไม่ได้มีการบูรณะก่อสร้างใดๆ  มาบูรณะมาเริ่มอย่างจริงจังในสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองไปแล้ว
ตรงกับยุคที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ราวปี พ.ศ ๒๔๙๕ ได้รับความร่วมมือจากประชาชน พ่อค้า ข้าราชการ
ร่วมกันบริจากเงินมากถึง ๗ ล้านกว่าบาท  การก่อสร้างจึงได้เริ่มขึ้น  มีการสร้างเจดีย์ครอบพระสถูปองค์เดิม มีพระบรมราชานุสาวรีย์
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงคชาธาร ออกศึกหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ รวมทั้งตกแต่งภูมิทัศน์ต่างๆอย่างงดงามสมพระเกียรติ์
หมดค่าใช้จ่ายไปทั้งสิ้น ๖,๙๔๑,๗๖๔.๑๘ บาท  และได้กราบทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินาถ รัชกาลปัจจุบัน
เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ในวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ ๒๕๐๒


ในภาพเป็นmodel จำลองสถานที่แห่งนี้ โดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จออกสำรวจ




สภาพของซากเจดีย์โบราณ ในปัจจุบัน อยู่ใต้องค์เจดีย์ใหญ่ที่สร้างครอบเอาไว้





คำจารึก ณ.ฐานอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  
อนุสรณ์ดอนเจีย์ จ.สุพรรณบุรี

พระปรมานุสาวรีย์นี้ ประชาชนชาวไทยร่วมกันประดิษฐานไว้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติบรมราชกฤษดาภิหาร
แห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวีรกษัตริย์ของชาติไทย ผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่แก่ชาวไทยทั่วหล้า
พระองค์เป็นพระบรมราโชรสแห่งสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชและพระวิสุทธิกษัตรีย์
ทรงพระบรมราชสมภพ ณ เมืองพิษณุโลก เมื่อปีเถาะ พระพุทธศักราช ๒๐๙๘
ทรงหลั่งทักษิโณทกประกาศอิสรภาพของชาติไทยโดยสมบูรณ์ ณ เมืองแครง เมื่อพระพุทธศักราช ๒๑๒๗
เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยาราชธานีไทย เมื่อพระพุทธศักราช ๒๑๓๓
ทรงกระทำการสงครามขยายพระราชอาณาเขตไทย ให้แผ่ไพศาลไปในจตุรทิศ
ทรงปราบหมู่ปัจจามิตรและกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะแก่พระมหาอุปราชา แห่งกรุงหงสาวดีราชศัตรู
ณ บริเวณอนุสาวรีย์แห่งนี้ เมื่อพระพุทธศักราช ๒๑๓๕
พระมหาวีรกรรมของพระองค์เลื่องลือระบือพระบรมราชเดชาภินิหาร ไปทั่วทุกประเทศสถานน้อยใหญ่
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จสวรรคตเมื่อพระพุทธศักราช ๒๑๔๘ ท่ามกลางกองทัพไทย
ระหว่างยกไปถึงเมืองหาง สิริรวมพระชนมายุได้ ๕๐ พรรษา
บรรดาประชากรไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่พระองค์มีแก่ชาติไทยอย่างมหันต์
จึงร่วมจิตเป็นสมานฉันท์ประดิษฐานอนุสาวรีย์นี้  เพื่อเป็นอนุสรณีย์ถึงพระมหาวีรคุณอดุลยภาพ
ให้ยืนยงดำรงอยู่ตราบกัลปาวสาน ขอดวงพระวิญญาณขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
จงบันดาลให้ประเทศชาติและชาวไทย
จงประสบชัยชนะแก่ดัสกรและอยู่ร่มเย็นเป็นนิรันดรชั่วกาลนาน เทอญ.






โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 15, 2011, 07:58:34 AM โดย ตะกรุด »

ออฟไลน์ วิทย์_ภูเก็ต

    FC 7208
  • Fc Stg. / Fc Phk. / 3 ทหารเสือ Fc
  • Full Member
  • กระทู้: 10222
  • " หนุ่มชาวเกาะ " รักแล้วรอหน่อย
    • ดูรายละเอียด

("-_-") ขอบคุณครับพี่ชาย

ออฟไลน์ ต้อมจ้า

    FC 9581
  • Full Member
  • กระทู้: 4410
    • ดูรายละเอียด
พระองค์ดำ....พระองค์เดียว..พระพุทธเจ้าข้าฯ

ออฟไลน์ yai-norway

    FC 22868
  • เด็กโคราช-นครพนม
  • Full Member
  • กระทู้: 1671
  • ++ มิตรภาพได้มาด้วยใจ ถึงตัวจะไกลแต่หัวใจ FC ++
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับ.....ต้องหาโอกาศไปเสียแล้ว.....บอกตรงๆในประเทศของเรามีสิ่งดีๆอีกเยอะ อีกหลายสถานที่ๆเรายังไม่เคยไป....ไปซะ....ผมด้วย ;D

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
ในบริเวณอนุสรณ์สถาน ดอนเจดีย์ มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มากมาย
ผมจะเล่าเรื่องราว ที่เกี่ยวข้องกับภาพมาให้ได้รับชม และอ่านกันนะครับ


เรื่องราวในประวัติศาสตร์ หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ถ้าเราศึกษาหาข้อมูลไว้บ้าง ก็เป็นการเพิ่มอรรถรสในการชม
เหมือนเสพติดล่ะครับ เพราะมันไม่มีที่สิ้นสุด
ในปีพศ.๒๑๒๙ เดือน ๑๒ ปีมะเส็ง (เป็นศึกครั้งที่สาม ของหงสาวดีกับอโยธยา) พระเจ้านันทบุเรง กษัตริย์แห่งหงสาวดี มีบัญชา
ให้จัดตั้งทัพหลวงที่ยิ่งใหญ่กำลังพลมีจำนวนมากถึง ๒๕๐,๐๐๐ คน ยกทัพมุ่งหน้ายังกรุงศรีอยุธยา โดยตั้งป้อมค่ายอยู่ที่ตำบลชายเคือง
เขตเมืองลพบุรี  กะจะตีให้กรุงศรีแพ้อย่างราบคาบ  ในช่วงที่ยาตราทัพมานั้น อยู่ในช่วงต้นเดือนยี่  ข้าวในนาที่ปลูกเป็นเสบียงกรัง
ยังเกี่ยวไม่เสร็จ  สมเด็จพระนเรศวรเกรงว่าไพร่พลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้าว จะไม่ปลอดภัยจากข้าศึกสงคราม จึงมีพระบรมราชโอการ
บัญชาให้เจ้าพระยากำแพงเพชร จัดกำลังไพร่พล  ออกไปคุ้มครอง ป้องกัน กำลังไพร่พลและชาวนาที่กำลังเกี่ยวข้าว  
แต่ปรากฎว่าทัพของเจ้าพระยากำแพงเพชรถูกพม่าโดยพระมหาอุปราชา เข้าตี จนทัพแตกพ่ายหนีเข้าเมืองอย่างระส่ำ ระสาย  
สมเด็จพระนเรศวรทรงพิโรธอย่างมาก เพราะในรัชสมัยของพระองค์ ทัพไทยไม่เคยพ่ายแพ้ต่อข้าศึกศัตรู ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด
จึงมีพระบัญชาให้สมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชา ทรงเสด็จพร้อมพระองค์ ลงเรือพระที่นั่งออกไปบัญชาการรบทันที
เพื่อป้องกันมิให้ทหารหาญทั้งหลายเสียขวัญกำลังใจ ด้วยพระปรีชาสามารถใช้เวลาไม่นาน ทัพของสมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถ
จำนวนสามหมื่นนาย มีพระราชมนู เป็นแม่ทัพแนวหน้าได้เข้าต่อดี การรบติดพันเป็นเวลานานเช้าถึงเย็น ต่างล้มตายทั้งสองฝ่าย
แต่ทัพของไทยก็สามารถเอาชนะพม่าข้าศึกลงได้
 ในศึกแย่งชิงป้อมค่ายคืนจากพม่าในครั้งนี้ มีศึกที่ต่อเนื่องกันอยู่ สมเด็จพระนเรศวรทรงสร้างวีรกรรม ที่ยิ่งใหญ่ กล้าหาญ
ปลุกเร้าขวัญกำลังใจให้ทหารหาญ ที่เป็นข้าราชบริพารของพระองค์ได้เป็นอย่างที่สุด  เพราะพระองค์ได้ทรงม้าศึกพร้อมกำลังพลที่ไม่มากนัก
 เสด็จออกปล้นป้อมค่ายพม่าที่แข็งแกร่งยิ่งนัก  ป้อมค่ายนี้ถือเป็นทัพหน้าของ พระมหาอุปราชา แห่งหงสาวดี  พม่าข้าศึกค่ายแตกพ่าย
ถอยทัพหนีไม่เป็นกระบวน สมเด็จพระองค์ดำไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย ทรงรับสั่งให้ทัพม้าและกำลังพลของพระองค์ ไล่ตีทัพพม่าข้าศึก
อย่างห้วหาญดุดัน ทัพพม่าข้าศึกล่าถอยจนถึงค่ายหลวงของพระมหาอุปราชา พระเจ้าหงสาวดี   ด้วยพระทัยที่กร้าวแกร่งเกินจะเปรียบ
พระองค์ดำทรงเสด็จลงจากม้าคู่กาย คาบพระแสงดาบ แล้วนำทหารปีนบันไดขึ้นกำแพงข้าศึก  เนื่องจากเสียเปรียบในพื้นที่การรบ
ต้องปีนป่ายขึ้นไป พระองค์จึงถูกทหารพม่าข้าศึก ใช้หอกใช้ทวนแทง จนตกลงมาบนพื้นธรณีหลายครั้งข้าง เมื่อทรงเห็นว่าการณ์นี้
จะหาทางให้ได้เปรียบพม่าข้าศึกไม่ได้แน่นอน  จึงทรงมีรับสั่งให้ถอยกำลังทหารไพร่พลที่ตามติดไป กลับพระนคร
 แม้กระทั่งในพงศาวดารของพม่ายังกล่าวยกย่องในพระวีรกรรมที่ห้าวหาญเด็ดเดี่ยว ของสมเด็จพระนเรศวร  เป็นที่ครั่นคร้ามต่อพม่าข้าศึกยิ่งนัก
 และก็เกรงว่าในภายหน้า กองทัพของกรุงศรีอยุธยาจะแข็งแกร่งเกินจะต่อตีได้  พระเจ้าหงสาวดี จึงทรงตรัสว่าจะต้องจับองค์พระนเรศวรมาให้ได้
 แม้ว่าจะใช้ทหารหรือสูญเสียมากเท่าไหร่ก็ตาม   และแผนทีเด็ดของพระเจ้าหงสาวดีก็คือ รับสั่งให้ขุนพลสองแผ่นดินของพม่า นามว่าลักไวทำมู
 ผู้มีความชำนาญในการใช้ดาบคู่ และทวนเดี่ยวถือเป็นขุนศึกอันดับหนึ่งของหงสาวดีเลยทีเดียว   ให้นำทหารจำนวนหนึ่งหมื่นนาย
ออกไปดักจับสมเด็จพระนเรศวร ให้จงได้      ในเวลาต่อมาสมเด็จพระองค์ดำผู้ไม่รู้จักคำว่ากลัว ก็ทรงนำกำลังไพร่พลฝีมือดี จำนวนหนึ่ง
ออกปล้นสดมภ์ค่ายหลวงพม่าอีก  พม่าข้าศึกโดย ลักไวทำมู ออกกลอุบายให้ทหารจำนวนไม่มากเข้าตีต่อ แล้วแสร้งแพ้และถอยหนี
 เพื่อล่อให้พระองค์ดำรุกไล่เข้าตี กระทั่งเข้ามาจนถึงในพื้นที่ที่  ขุนพลอันดับหนึ่งแห่งลุ่มน้ำอิระวดี ผู้มีนามว่า ลักไวทำมู  ซุ่มกำลังพลรออยู่  
ขุนพลลักไวทำมู  ผลีผลามย่ามใจ ชักม้าศึกเข้าหาสมเด็จพระองค์ดำ หมายจะเข้าจับกุม  ด้วยพระปรีชาสามารถ สมเด็จพระนเรศวร
ได้ใช้พระแสงทวน เป็นอาวุธเข้าต่อสู้ และได้แทง ลักไวทำมู จนสิ้นชีวิตทันทีบนหลังม้า  ยังไม่พ้นอันตราย  พระองค์ดำบนม้าศึก
ถูกล้อมด้วยไพร่พลของพม่าข้าศึกเป็นจำนวนมากพระองค์ทรงต่อสู้กับทหารพม่าที่มีจำนวนมากกว่าอย่างองอาจ ห้าวหาญ
กินเวลาเนิ่นนานก็ยังไม่เพลี่ยงพล้ำ  กระทั่งกองทัพ กำลังหนุนของพระองค์ได้ติดตามมาถึงจึงต่อตีจนพม่าข้าศึกล่าถอยออกไป
 และช่วยเหลือสมเด็จพระองค์ดำเสด็จกลับพระนครได้สำเร็จ นี่คือสุดยอดพระวีรกรรมอีกครั้งหนึ่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
 พระมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงเป็นบรรพบุรุษของชนชาติไทย  กับพระแสงดาบคาบค่าย




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 14, 2011, 05:24:53 PM โดย ตะกรุด »

ออฟไลน์ ต้อมจ้า

    FC 9581
  • Full Member
  • กระทู้: 4410
    • ดูรายละเอียด
ติดตามอ่านครับ....

ออฟไลน์ Noom.s

    FC 16217
  • ธนบุรี11
  • Full Member
  • กระทู้: 11499
  • บางครั้งคำถามก็ไม่ต้องการคำตอบ
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับพี่ชาย ;D

ออฟไลน์ pass

    FC 16155
  • Full Member
  • กระทู้: 1032
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณมากครับพี่ ;D

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
ทรงประกาศอิสรภาพ ที่เมืองแครง
เดือน ๑๒ ปีมะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช ๙๓๐ (พุทธศักราช ๒๑๑๑) เจ้ากรุงหงสาวดี กรีฑาทัพใหญ่
ถือพล ๕๐๐,๐๐๐ เศษ มาตีกรุงศรีอยุธยา ยกทัพมาถึงกรุงศรีอยุธยา ต่อสู้ขับเคี่ยวกันนาน ๙ เดือนเศษ
ทัพของบุเรงนองหาตีกรุงศรีฯได้ไม่  ต้องหันมาใช้วิธียุยงให้คนไทยแตกความสามัคคี และให้เจ้าพระยาจักรี
ผู้ทรยศต่อชาติไทยเข้ามาทำการใต้ดิน จนพระมหินทราธิราชเสียกล  เมื่อได้เพลารุ่งประมาณ ๓ นาฬิกา
กรุงก็แตก เสียแก่พระเจ้าหงสา


การเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พระเจ้าบุเรงนองครั้งนั้น เป็นความสูญเสียเอกราชของชาติไทยอย่างแหลกลาญเป็นที่สุด
เกียรติยศ ศักดิ์ศรี สมบัติพัสถานของชาติ ไม่มีเหลืออีกต่อไป แก้วแหวนเงินทองในท้องพระคลัง ถูกเก็บกวาดไปจนสิ้น
คนไทยทั้งสามัญชน และชนชั้นบรรดาศักดิ์ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยยังเมืองหงสาวดี  ความที่ปรากฎในพงศาวดาร
กล่าวว่า "บุเรงนองให้เหลือไว้เพียง ไพร่พลชายหญิงอพยพหมื่นหนึ่งให้อยู่สำหรับกรุงศรีอยุธยา "
เหลือแต่เปลือกของเมือง ทิ้งไว้ให้แก่พระมหาธรรมราชา และยังได้ให้ไพร่พลชาวพม่าอีก ๓,๐๐๐ คนอยู่ควบคุมคนไทย
จดหมายเหตุของชาวโปตุเกต บันทึกไว้ว่า " บุเรงนองไปรบกรุงศรีอยุธยาครั้งนั้นชนะ กลับกรุงหงสาวดีพร้อมด้วย
กวาดต้อน ผู้คนกรุงศรีอยุธยามานับแสน เกวียนบรรทุกแก้วแหวนเงินทองหลายร้อยเล่ม บุเรงนองนั่งไปบนรถ
อันเต็มไปด้วยกองแก้วแหวนเงินทองท่วมหลังเท้า น่าอนาถที่เกวียนเหล่านั้นใช้บรรดาพระราชวงศ์ กรุงศรีอยุธยา
ลากไปต่างโค กระบือ "
คัดลอกมาจากหน้า 220 หนังสืออนุสรณ์ดอนเจดีย์ พิมพ์ในพ.ศ 2502

เรื่องราวต่อจากนี้ทุกท่านทราบกันดี พระราชโอรสของพระมหาธรรมราชาถูกนำไปเป็นองค์ประกัน 1 พระองค์
ตั้งแต่วัยเยาว์ นั่นคือพระนเรศวร นั่นเอง



ออฟไลน์ Big Bangyai

    FC 22432
  • Full Member
  • กระทู้: 7105
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับพี่ชาย ชอบอ่านมากครับ

ออฟไลน์ mongkron

    FC 16206
  • อย่าเสียใจกับสิ่งที่เสียไป จงพอใจกับสิ่งที่ยังมีอยู่
  • Full Member
  • กระทู้: 2354
    • ดูรายละเอียด
...... ขอบคุณครับ  ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสไปสุพรรณบุรี ที่หนึ่งที่ผมมักจะไปเกือบทุกครั้งคือ  อนุสรณ์ดอนเจดีย์แห่งนี้ ......

ออฟไลน์ yuwadee

    FC 8843
  • Full Member
  • กระทู้: 2557
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณค่ะคุณชาย

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
กำลังสนุก รออ่านตอนต่อไปนะครับ

ออฟไลน์ ตั๋น_บางบัวทอง

    FC 20204
  • FC.บางบัวทอง
  • Full Member
  • กระทู้: 29968
  • fc.บางบัวทอง 01
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณมากครับพี่ชาย :D

ออฟไลน์ ca.

    FC 1056
  • Full Member
  • กระทู้: 248
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับพี่ชาย

ออฟไลน์ jeab27

    FC 19966
  • เจี๊ยบ 27 "กว๊นกรุงเก่า" 01
  • Full Member
  • กระทู้: 6947
  • fc - ayutthaya
    • ดูรายละเอียด
 ขอบคุณข้อมูล ครับพี่ชาย

ออฟไลน์ ชงโค

    FC 16267
  • Full Member
  • กระทู้: 774
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ mong0007

    FC 20116
  • Full Member
  • กระทู้: 2688
  • โม่ง บางปู17
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณข้อมูล ครับพี่ชาย

ออฟไลน์ ต้อมจ้า

    FC 9581
  • Full Member
  • กระทู้: 4410
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับ...พี่ชาย

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
ประกาศอิสรภาพพระราชนิพนธ์ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ คัดลอกบางตอนมากจาก หนังสืออนุสรณ์ดอนเจดีย์ พิมพ์ พ.ศ 2502 หน้า 104

....พระเจ้าหงสาวดี(นันทบุเรง) ระแวงว่าสมเด็จพระนเรศวรจะเข้ากับพระเจ้าอังวะ จึงตรัสสั่งพระมหาอุปราชาให้คุมพล
อยู่รักษาเมืองหงสาวดี  เมื่อสมเด็จพระนเรศวรเสด็จไปถึงให้ทำเป็นต้อนรับโดยดีตามเคย แล้วคิดกำจัดเสีย
เมื่อพระเจ้าหงสาวดียกกองทัพไปแล้ว พระมหาอุปราชาจึงให้พระยามอญ 2 คน ชื่อพระยาเกียรติ และพระยาราม
เป็นข้าหลวงมาคอยรับเสด็จพระนเรศวรที่เมืองแครง(มอญเรียกว่าเมือง เดิงกรายน์) ที่ต่อแดนเมืองไทย
สั่งมาเป็นความลับว่าให้เป็นใส้ศึกปนไปในกองทัพสมเด็จพระนเรศวร เมื่อได้ที่ก็ให้กำจัดพระนเรศวรเสีย
พระยาเกียรติ พระยารามเห็นจะเป็นชาวเมืองแครง จึงมีพวกพ้องอยู่ในนั้นมาก  เมื่อไปถึงเมืองแครงก็ขยายความลับ
แก่พวกพ้องบางคน  มีพระมหาเถรคันฉ่องผู้เป็นอาจารย์เป็นต้น ไม่มีใครเห็นชอบด้วย เพราะพวกมอญเคยถูกพม่ากดขี่
เกลียดชังพม่าอยู่แล้ว  และพวกมอญเมืองแครงที่เคยรู้จักสมเด็จพระนเรศวรเมื่อเสด็จผ่านเมืองไปมาแต่ก่อนก็เห็นจะมีมาก
พากันห้ามปรามมิให้ช่วยพม่าทำร้ายสมเด็จพระนเรศวร พระยามอญทั้งสองก็มิรู้จะทำประการใด...

...เดือน 6 ขึ้น 1 ค่ำ ปีวอก พ.ศ 2127  จึงถึงเมืองแครง พวกเจ้าเมืองกรมการจัดที่ให้ตั้งกองทัพข้างนอกเมือง
และมาเฝ้าด้วยกันกับพระยาเกียรติ และพระยาราม  ทูลให้ทรงทราบว่าพระเจ้าหงสาวดี มีรับสั่งให้มารับเสด็จ
พลับพลา ที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรอยู่ไม่ห่างจากวัดมหาเถรคันฉ่องนัก  ทรงได้คุ้นเคยกับพระมหาเถรคันฉ่อง
มาแต่เก่าก่อนแล้ว จึงเสด็จไปเยี่ยมพระมหาเถรคันฉ่องถึงกุฏิ  ฝ่ายข้างพระมหาเถรคันฉ่องก็คงเคยรักใคร่สมเด็จพระนเรศวรมาแต่ก่อน
เสด็จไปครั้งนั้นพระมหาเถรคันฉ่องรู้ว่าเขาจะลวงเอาไปทำร้าย มีความสงสารเป็นกำลัง จึงทูลสมเด็จพระนเรศวรให้รู้พระองค์
แล้วไปว่ากล่าวพระยาเกียรติ พระยาราม ให้มาสวามิภักดิ์ทูลความ ตามจริงทันที ให้สมเด็จพระนเรศวรทรงทราบ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 15, 2011, 08:03:36 AM โดย ตะกรุด »

ออฟไลน์ taa2632

    FC 11261
  • Full Member
  • กระทู้: 330
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณ คุณชายจ๊ะ มีต่ออีกมั้ยอ่ะ

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
ประกาศอิสรภาพ...สมเด็จพระนเรศวรทรงดำริว่า ความที่เป็นอริกับพระเจ้าหงสาวดีถึงเวลาที่จะต้องให้เป็นการเปิดเผยแล้ว
จึงมีรับสั่งให้เรียกนายทัพ นายกอง กับพระยาเกียรติ พระยาราม และเจ้าเมืองกรมการมาประชุมพร้อมกันที่พลับพลา
และนิมนต์พระสงฆ์มานั่งเป็นประธานสักขีพยานด้วย  สมเด็จพระนเรศวรดำรัสว่าเรื่องราวที่พระเจ้าหงสาวดี
จะให้ล่อลวงไปทำร้ายให้ปรากฎแก่คนทั้งปวง  แล้วทรงหลั่งน้ำลงเหนือแผ่นดินด้วยสุวรรณภิงคาร  ประกาศแก่ที่ประชุมว่า

ตั้งแต่วันนี้กรุงศรีอยุธยาขาดทางไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรกันดังแต่ก่อนต่อไป

พระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครงนั้น พระชันษาได้ 29 ปี พอประกาศแล้วก็ดำรัสถามพวกมอญ ชาวเมืองแครง
ว่าจะเข้าข้างไหน พวกมอญโดยมากยอมเข้ากับไทย สมเด็จพระนเรศวรจึงตรัสสั่งให้พระยาเกียรติ พระยาราม จัดพรรคพวก
นำข้าหลวงแยกย้ายกันไป ตามตำบลที่พวกไทยอยู่ข้างนอกเมืองหงสาวดี  บอกให้รู้ว่าจะทรงพากลับไปบ้านเมือง
แล้วเสด็จยกกองทัพออกจากเมืองแครง ข้ามแม่น้ำสะโตง ในวันศุกร์ แรม 3 ค่ำ เดือน 6 เพลา 11 ทุ่ม...







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 15, 2011, 01:59:18 PM โดย ตะกรุด »

ออฟไลน์ ต้อมจ้า

    FC 9581
  • Full Member
  • กระทู้: 4410
    • ดูรายละเอียด
ข้อมูลเยี่ยมมากครับ...พี่ชาย

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
ข้อมูลเยี่ยมมากครับ...พี่ชาย

ผมโชคดีได้หนังสือที่ระลึก สร้างอนุสรณ์ดอนเจดีย์ จัดพิมพ์ในปีพ.ศ 2502  เก็บสะสมมานานหลายปีแล้ว
เห็นว่าข้อมูลมีประโยชน์ จึงนำมาเผยแพร่ครับ
อีกทั้งก็พยายาม ศึกษาเกี่ยวกับพระราชประวัติของสมเด็จพ่อนเรศวร มาบ้างเล้กน้อย
โดยส่วนตัวก็เคารพสักการะท่านมานานแล้วครับ

ออฟไลน์ วรา_บึงยี่โถ

    FC 15267
  • Full Member
  • กระทู้: 650
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
 พระแสงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง
...จึงเสด็จยาตราทัพ ออกจากเมืองแครง พระมหาเถรคันฉ่อง พระยาเกียรติ พระยาราม และญาติโยมก็มาโดยเสด็จ  แม่ทัพนายกอง
ต่างก็แยกย้าย แบ่งเบาหน้าที่กัน ช่วยกันกวาดต้อนครัวรายทางได้หมื่นคนเศษ  เมื่อถึงฝั่งแม่น้ำสะโตง ก็เร่งผูกเรือ ผูกแพ
บ้างก็เร่งสร้างสะพาน อพยพครอบครัวไทยมอญ รี้พลทั้งหลาย กระทั่งช้างม้า เร่งข้ามมหานทีที่กว้างใหญ่อย่างเร่งด่วน
เมื่อข้ามถึงฟากฝั่งตรงข้ามจนหมดสิ้นแล้ว ก็ทรงให้เผาทิ้งทั้งเรือแพ สะพานข้าม  จนไม่ให้เหลือซาก

ฝ่ายข้าศึกพม่า พระเจ้าหงสาวดี นันทบุเรง  มีบัญชาให้พระมหาอุปราชา โอรส  นำทัพใหญ่รี้พลมากมายถึงหนึ่งแสน
เร่งตามทัพและขบวนครัวเรือน ช้างม้า ที่ติดตามสมเด็จพระนเรศวรมา  หมายจะบดขยี้ให้ราบเป็นหน้ากลองที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง
ทัพหน้าของพระมหาอุปราชา มี สุระกำมา เป็นทัพหน้าเร่งฝีเท้าทัพช้าง ทัพม้าอย่างเต็มกำลัง แต่ก็สายเกินกาล
เมื่อมาถึงฝั่งแม่น้ำสะโตง ก็เห็นเพียงเปลวไฟ และควันพวยพุ่ง   มิเห็นหน้าไพร่พลใดแม้แต่น้อย

สมเด็จพระนเรศวรพร้อมกำลังพล ราวหมื่นนาย ตั้งมั่นอยู่ริมฝั่งตรงกันข้าม ฝ่ายทัพพม่าข้าศึกโดยการนำของสุระกำมา และทัพของสมเด็จพระนเรศวร
ต่างระดมยิงปืนหามแล่นและนกสับคาบ  ตอบโต้กันไปมา  แต่ด้วยความกว้างใหญ่ไพศาลของมหานที สะโตง
จึงมิมีผู้ใด ได้รับบาดเจ็บหรือล้มตายด้วยลูกกระสุนปืนไฟ  เป็นเช่นนั้นสมเด็จพระนเรศวรจึงรับสั่งให้เอาพระแสงปืนนกสับ ยาวเก้าคืบ มาตั้งเล็ง
ที่หมายทรงเล็งเห็น แม่ทัพหน้า สุระกำมา อย่างเด่นชัด เพราะสวมใส่อาภรณ์มีสีแดงเป็นเด่นชัด ยืนช้างบัญชาการอยู่ริมฝั่งน้ำ สะโตง
เดชะปาฏิหารย์ เทพเทวดาเป็นใจ เป็นที่น่าอัศจรรย์ต่อพม่าข้าศึก ไทย มอญทั้งหลาย สุระกำมา ต้องพระแสงปืนที่สมเด็จพระนเรศวร ลั่นออกไป
กระสุนโดนเข้าจุดสำคัญ จนถึงแก่ชีวิต ร่วงตกลงมาจากคอช้าง  พระแสงปืนกระบอกนี้ภายหลังได้รับการพระราชทานนามว่า
พระแสงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง   นับในพระแสงอัษฎาวุธ  อันเป็นเครื่องราชูปโภคสำหรับแผ่นดิน มาตราบเท่าทุกวันนี้
หลังจากนั้นสมเด็จพระนเรศวรทรงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา
พร้อมด้วยพระมหาเถรคันฉ่อง พระยาเกียรติ พระยาราม และชาวมอญ ชาวไทย โดยเดินทัพผ่านหัวเมืองมอญแล้วเข้าด่านเจดีย์สามองค์
มาจนถึงกรุงศรีอยุธยา ทรงปูนบำเหน็จศักดินาให้กับ พระยาเกียรติ พระยาราม อย่างสมเกียรติ เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ได้พานทอง
เป็นเครื่องยศ และพระราชทานที่ให้อยู่แถววัดขมิ้น และวัดขุนแสน ใกล้กับวังจันทร์ที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวร
 และทรงแต่งตั้งพระมหาเถรคันฉ่องเป็นพระสังฆราช แห่งกรุงศรีอยุธยาอีกในภายหลัง
 


ภายในศักราชนี้ สมเด็จพระนเรศวร ได้รับมอบพระราชอำนาจจากพระราชบิดา (พระมหาธรรมราชา)
ให้ทรงบัญชาการบ้านเมือง โดยสิทธิ์ขาดแต่พระองค์เดียว





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 15, 2011, 03:25:04 PM โดย ตะกรุด »

ออฟไลน์ วิทย์_ภูเก็ต

    FC 7208
  • Fc Stg. / Fc Phk. / 3 ทหารเสือ Fc
  • Full Member
  • กระทู้: 10222
  • " หนุ่มชาวเกาะ " รักแล้วรอหน่อย
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
ขับไล่พระยาจีนจันตุ
...ในปีขาล พ.ศ 2121 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับพระบัญชาจากพระราชบิดา (พระมหาธรรมราชา)
ให้ขึ้นไปครองหัวเมืองทางเหนือ ที่เมืองพิษณุโลกสองแคว   ทางพระนคร กรุงศรีอยุธยาก็ประสบกับปัญหา
เขมรเข้ามารบกวน ต่อตี อยู่เนืองๆ   คราวหนึ่งพระยาจีนจันตุ ขุนนางในราชสำนักเขมรเชื้อสายจีน
ได้รับอาสาเจ้าเขมร นักพระสัฏฐา มาปล้นเมืองเพชรบุรี   แต่แพ้พ่ายตีเมืองเพชรบุรีไม่ได้  จะกลับเขมร
ก็เกรงจะต้องอาญา โทษฐานที่ทำการไม่สำเร็จ  จึงพากันหนีมาสวามิภักดิ์ต่อไทย  พระมหาธรรมราชาทรงเมตตา
รับเลี้ยงไว้   แต่พระยาจีนจันตุ อยู่ได้ไม่นานก็เป็นใส้ศึก ลักลอบลงเรือสำเภาหนีออกจากพระนคร
เพลานั้น สมเด็จพระนเรศวรมีพระชนม์มายุได้ 24 พรรษา  เสด็จลงมาจากเมืองพิษณุโลกเพื่อเข้าเฝ้าพระราชบิดา
ทราบข่าวว่าพระยาจีนจันตุ กำลังจะลงเรือสำเภา ลักลอบออกจากพระนคร  เกรงว่าจะนำความลับ การบ้าน การเมือง
ไปบอกเจ้าแห่งเขมร  จึงตรัสเรียกบรรดาข้าหลวงที่ติดตามมาจากเมืองเหนือ ให้รีบลงเรือพายตามไป
สมเด็จพระนเรศวร ทรงเรือกราบกัญญา   พระอนุชาสมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จลงเรืออีกลำหนึ่ง
ต่างเร่งฝีพายตามติดเรือสำเภาใหญ่ของพระยาจีนจันตุ  ไปทันกันที่ใกล้จะออกปากน้ำ  พวกของพระยาจีน
ตอบโต้มาโดยการยิงปืนต่อสู้   สมเด็จพระนเรศวรทรงแสดงถึงพระปรีชา สามารถ และห้าวหาญสมเป็นจอมทัพไทย
เร่งเรือพระที่นั่งขึ้นหน้า ขบวนเรือทั้งหมด เสด็จออกยืน ยิงพระแสงปืนนกสับ ที่หน้ากัญญา
ไล่กระชั้นชิด เข้าไปใกล้เรือสำเภาใหญ่  จนถูกข้าศึกศัตรูยิงถูกรางพระแสงปืนแตก คาอยู่กับพระหัตถ์
ก็ไม่เกรงกลัวหรือหลบหลีก   เรือพระที่นั่งของพระเอกาทศรถเร่งฝีพายขึ้นมากระนาบบัง ข้างเรือพระที่นั่งของพระเชษฐา
โอกาสนี้เรือสำเภาใหญ่ของพระยาจีนจันตุ ก็ฉวยโอกาสกางใบกินลม แล่นออกสู่ท้องทะเลไปได้
เรือพายลำเล็กจากอยุธยา เกินกำลังที่จะตามทัน จึงต้องเสด็จกลับพระนคร  การนี้เป็นที่เลื่องลือในพระปรีชาสามารถของ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ จึงมีการบันทึกไว้ในพงศาวดาร





ออฟไลน์ ต้อมจ้า

    FC 9581
  • Full Member
  • กระทู้: 4410
    • ดูรายละเอียด
พระทัย...พระองค์ดำและพระเชฐา เข้มแข็งและห้าวหาญยิ่งนัก...

ออฟไลน์ ต้อม บางกรวย

    FC 19958
  • ชุมชนฅนบางกรวย
  • Full Member
  • กระทู้: 12613
  • ครอบครัวคาวบอย
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับพี่ชาย ผมได้มีโอกาสไปสักการะมาหลายครั้งเหมือนกันครับ

ออฟไลน์ ชงโค

    FC 16267
  • Full Member
  • กระทู้: 774
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
เสด็จขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา และกระทำยุทธหัตถี
.....พ.ศ 2133 พระมหาธรรมราชาพระราชบิดา และพระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยาได้เสด็จสวรรคต
สมเด็จพระนเรศวรทรงมีพระชนม์มายุได้ 35 พรรษา ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อ
พระองค์ได้สถาปนาสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชา  ขึ้นเป็นพระมหาอุปราชแต่มีพระเกียรติยศสูงเสมอ
เท่าพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน



...ถึงปีมะโรงพ.ศ 2135 นันทบุเรง พระเจ้าหงสาวดี มีบัญชาให้พระมหาอุปราชา มาตีเมืองไทยอีกครั้งเนื่องจากกรุงศรีอยุธยา
มีความมั่นคง แข็งแกร่ง มากขึ้นๆ เกรงว่ายิ่งนานวัน จะยากต่อการกำราบ ป้องกันได้
พระเจ้าหงสาวดีสั่งให้จัดทัพใหญ่ถึง 3 ทัพคือ
ทัพหงสา ทัพหลวง มีพระมหาอุปราชา ราชโอรสเป็นจอมทัพคุมกำลังไพร่พลมา
ทัพเมืองแปร มีพระเจ้าแปร เป็นแม่ทัพ
ทัพตองอู มีพระสังกะทัต เป็นแม่ทัพ
ทั้ง3ทัพมีกำลังไพร่พลรวมกันแล้วมากกว่า 240,000 นาย เส้นทางเดินทัพทั้งหมดยกมาทางด่านเจดีย์สามองค์


วันขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จออกจากพระนครทางเรือ
เพื่อทรงกระทำพิธี ตัดไม้ข่มนาม ที่ทุ่งลุมพลี  หลังจากนั้นเสด็จออกไปตั้งทัพ ณ.ตำบลมะม่วงหวาน ใกล้ทุ่งป่าโมก
ทัพของทั้งสองพระองค์ตั้งมั่นอยู่ที่แห่งนี้ 3 วัน  จนถึงวันขึ้น 12 ค่ำ เดือนยี่ จึงเคลื่อนทัพหลวงที่มีกำลังพล
เพียง 100,000 นาย น้อยกว่าทัพของพม่าข้าศึกมากนัก
เดินทัพขากทุ่งป่าโมกไปยังเขตเมืองสุพรรณบุรี  ถึงค่ายหลวง ณ.ตำบลหนองสาหร่าย ใกล้ลำน้ำท่าคอย ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือนยี่นั้น





ออฟไลน์ ต้อมจ้า

    FC 9581
  • Full Member
  • กระทู้: 4410
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับ..พี่ชาย..

ใกล้ถึง..วันที่คนไทยจะประกาศชัยชนะเต็มทีแล้ว....

ออฟไลน์ ขุนช้าง

    FC 18861
  • Full Member
  • กระทู้: 129
    • ดูรายละเอียด
มีดอนเจดีย์ที่กาญจนบุรี อีกแห่ง...เห็นว่า เป็นที่ประวัติศาสตร์จริง...ไม่ทราบว่าจริงเท็จอย่างไร....

ออฟไลน์ pass

    FC 16155
  • Full Member
  • กระทู้: 1032
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ man u

    FC 21398
  • มิตรภาพหาได้ ตามท้อง ถนน man u FC 21398
  • Full Member
  • กระทู้: 7384
  • มิตรภาพ หาได้ตาม ท้องถนน
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับ..พี่ชาย..

ใกล้ถึง..วันที่คนไทยจะประกาศชัยชนะเต็มทีแล้ว....


ขอว่างเว้น ๑ วันครับเพราะขึ้นมาทางหัวเมืองทางเหนือ พรุ่งนี้เย็นๆจะมาฉายต่อครับ

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
มีดอนเจดีย์ที่กาญจนบุรี อีกแห่ง...เห็นว่า เป็นที่ประวัติศาสตร์จริง...ไม่ทราบว่าจริงเท็จอย่างไร....

ประเด็นนี้ถกเถียงกันมานานแล้วครับ
แต่ผมยึดเอาตาม ที่เราได้เรียนกันมา อนาคตหากมีเหตุผล หลักฐานมาหักล้าง ก็อาจจะต้องมีการแก้ไขก็ได้
เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายร้อยปีผ่านมาแล้ว จึงอาจจะคลาดเคลื่อนได้ แม้กระทั่งยุทธหัตถี ในครั้งนี้ยังมีการบันทึกไม่เหมือนกันเลย
ลองศึกษาดูสิครับ


 ??? ??? ???

ออฟไลน์ hs7xdc

    FC 16219
  • Full Member
  • กระทู้: 9828
  • ฅนธนบุรี
    • ดูรายละเอียด
มาติดตามประวัติศาสตร์.......ขอบคุณครับ พี่ชาย

ออฟไลน์ tooupang_ja

    FC 16070
  • Full Member
  • กระทู้: 1612
  • -:- เอ๋ FFC U21 -:-
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณมากครับพี่ตะกรุด

ออฟไลน์ sit freebird

    FC 16164
  • Full Member
  • กระทู้: 5546
  • sit freebird(มิตรภาพหาง่าย เเต่จะรักษาไว้นั่นยากยิ่งกว่า)
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีๆๆๆครับพี่ตะกรุด

ออฟไลน์ ขุนช้าง

    FC 18861
  • Full Member
  • กระทู้: 129
    • ดูรายละเอียด
ประเด็นนี้ถกเถียงกันมานานแล้วครับ
แต่ผมยึดเอาตาม ที่เราได้เรียนกันมา อนาคตหากมีเหตุผล หลักฐานมาหักล้าง ก็อาจจะต้องมีการแก้ไขก็ได้
เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายร้อยปีผ่านมาแล้ว จึงอาจจะคลาดเคลื่อนได้ แม้กระทั่งยุทธหัตถี ในครั้งนี้ยังมีการบันทึกไม่เหมือนกันเลย
ลองศึกษาดูสิครับ


 ??? ??? ???
ขอบคุณครับ...

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
...ม้าศึกสอดแนมของพระมหาอุปราชา ได้กลับไปรายงานว่า ทัพของพระนเรศวรมีกำลังพลเพียงแสนเศษ
พระมหาอุปราชาซึ่งตั้งค่ายหลวงอยู่ ณ.ตำบลตะพังกรุ  เห็นว่ากำลังพลของกองทัพหงสาวดี มีจำนวนมากกว่า
จึงมีบัญชาให้เคลื่อนทัพมุ่งหน้ายัง หนองสาหร่าย หมายจะเข้าทุ่มเทเข้าตีทัพของพระนเรศวร เสียให้แตกแหลกราน
ฝ่ายทัพกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเศวรทรงคาดคะเนว่า คงได้รบกับทัพพม่าข้าศึกในวันสองวันนี้อย่างแน่นอน
เมื่อทัพเคลื่อนถึง หนองสาหร่าย จึงทรงจัดทัพให้เป็นกระบวน เบญจเสนา 5 ทัพคือ
ทัพหนึ่ง เป็นกองหน้า ให้พระยาสีหราชเดโช เป็นแม่ทัพ
ทัพที่สอง เป็นกองเกียกกาย ให้พระยาเทพอรชุน เป็นแม่ทัพ
ทัพที่สาม กองหลวง สมเด็จพระนเรศวร ทรงเป็นจอมทัพใหญ่ สมเด็จพระเอกาทศรถ เป็นเจ้าพระยาเสนา
ทัพที่สี่ กองยกกระบัตร เจ้าพระยาพระคลังเป็นแม่ทัพ
ทัพที่ห้า กองหลัง เจ้าพระยาท้ายน้ำ เป้นแม่ทัพ






ถึงวันจันทร์ เดือนยี่ แรม 2 ค่ำกองทัพของกรุงศรีอยุธยา เตรียมพร้อมแต่เวลาเช้า สมเด็จพระเรศวร
และสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงเครื่องพิชัยยุทธ เจ้าพระยาไชยานุภาพ เป็นช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวร
เจ้ารามราฆพ เป็นกลางช้าง นายมหานุภาพเป็นควาญ     เจ้าพระยาปราบไตรจักร เป็นช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระเอกาทศรถ


ออฟไลน์ mongkron

    FC 16206
  • อย่าเสียใจกับสิ่งที่เสียไป จงพอใจกับสิ่งที่ยังมีอยู่
  • Full Member
  • กระทู้: 2354
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ ตะกรุด

    FC 702
  • Moderator
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1175
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • ดูรายละเอียด
...ในการศึก วันแห่งประวัติศาสตร์ขณะนำทัพหลวงเข้าโอบตีพม่าข้าศึก ช้างพระที่นั่งของทั้งสองพระองค์
เจ้าพระยาไชยานุภาพ และเจ้าพระยาปราบไตรจักร เกิดตกมัน ออกวิ่งแล่นเข้าใส่ข้าศึกอย่างเมามัน
และพาสมเด็จพระนเรศวร สมเด็จพระเอกาทศรถ เข้าไปในกลางหมู่ข้าศึก  มีเพียงจตุลังคบาทกับทหารรักษาพระองค์
ที่ตามติดไปทัน  รี้พลทั้งหลายกำลังพันตูกับการรบกับข้าศึก จนฝุ่นตลบไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร
เมื่อฝุ่นจางลง สมเด็จพระนเรศวรทรงทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชา ทรงคชาธาร ยืนช้างอยู่ในร่มไม้กับช้างเจ้าพระยาอีกหลายเชือก

สมเด็จพระนเรศวร ทรงมีพระสติตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว คิดเห็นหนทางที่จะเอาชนะได้เพียงประการเดียว
จึงขับช้างไปหน้าพระมหาอุปราชา แล้วร้องตรัสออกไปในฐานะที่ทรงคุ้นเคยกัน มาแต่วัยเยาว์


" เจ้าพี่ จะยืนช้างอยู่ในร่มไม้ทำไม เชิญเสด็จมาทำยุทธหัตถีกัน ให้เป็นเกียรติเถิด
กษัตริย์ภายหน้าที่จะชนช้างได้อย่างเรา จะไม่มีอีกแล้ว "


ขณะที่สมเด็จพระนเรศวรทรงท้าทรงช้างนั้น ที่จริงเสด็จอยู่ท่ามกลางหมู่ข้าศึก มีแต่ช้างพระที่นั่งสองช้าง
กับพวกทหารรักษาพระองค์ไม่กี่นาย  ถ้าพระมหาอุปราชาไม่รับชนช้าง สั่งให้พวกกองทัพรุมรบพุ่งก็ไม่น่าจะพ้นอันตราย
แต่พระมหาอุปราชาพระหฤทัยก็เป็นวิสัยกษัตริย์เหมือนกัน   เมื่อได้รับฟังท้าชนช้าง จะไม่รับก็ละอาย
จึงทรงช้างพลายพัทธกอ ขับตรงออกมาชนกัน   เจ้าพระยาไชยานุภาพช้างทรงของพระนเรศวร กำลังคลั่งน้ำมัน
เมื่อเห็นช้างศึกตรงเข้ามา ก็เข้าโถมแทงทันทีไม่ยับยั้ง  จังหวะหนึ่งเสียทีพลายพัทธกอได้ล่าง แบกรุนเอาเจ้าพระยาไชยานุภาพ
เบนจะขวางตัว  พระมหาอุปราชาได้ทีก็ฟัดวยพระแสงของ้าว แต่สมเด็จพระนเรศวรเบี่ยงพระองค์หลบทัน
ถูกแค่พระมาลาหนัง ซึ่งทรงในวันนั้น  พระมาลาบิ่นไป พอเจ้าพระยาไชยานุภาพสะบัดหลุดแล้วกลับชนได้ล่าง แบกถนัด
รุนเอาพลายพัทธกอหันเบนไป
สมเด็จพระนเรศวรก็จ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าว ถูกพระมหาอุปราชาที่ไหล่ จนขาดสะพายแล่ง ซบสิ้นพระชนม์บนคอช้าง
ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถก็ได้ชนช้างกับเจ้าเมืองจาปะโร ฟันเจ้าเมืองจาปะโร สิ้นชีวิตเหมือนกัน
พวกเจ้าพระยา ทหารไพร่ของพม่าข้าศึก ต่างก็เอาปืนระดมยิง ถูกสมเด็จพระนเรศวรที่พระหัตถ์ถึงบาดเจ็บ
นายมหานุภาพควาญช้าง และหมื่นภักดีศวร กลางช้าง ถูกปืนของข้าศึกถึงกับเสียชีวิต  ทันใดนั้นทัพหลวงก็ตามมาทัน
เข้ารบพุ่งจนข้าศึกที่ขาดแม่ทัพ แตกพ่ายไปไม่เป็นขบวน
ศึกยุทธหัตถีในครั้งนี้ ถือเป็นพระเกียรติอย่างสูงสุด ถึงผู้แพ้ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักรบ พระเกียรติยศของ
สมเด็จพระนเรศวรจึงถึงที่เป็น วีรกษัตริย์สมบูรณ์


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพพุทธเจ้าขอกราบสักการะในพระบารมีของสมเด็จพ่อ พระนเรศวรมหาราช

พระมหาราชผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ศึกใด















ออฟไลน์ Big Bangyai

    FC 22432
  • Full Member
  • กระทู้: 7105
    • ดูรายละเอียด
ขอกราบสักการะและระลึกถึงพระคุณของสมเด็จพระนเรศวรและทหารหาญด้วยครับ สาธุ ขอบคุณครับพี่ชายที่เรียบเรียงมาเล่าให้เราฟัง

ออฟไลน์ ต้อมจ้า

    FC 9581
  • Full Member
  • กระทู้: 4410
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับ...พี่ชาย

พระมหากรุณาธิคุณที่พวกเรามิอาจลืมเลือน

ออฟไลน์ ชงโค

    FC 16267
  • Full Member
  • กระทู้: 774
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ สันติ บางนา

    FC 22818
  • Full Member
  • กระทู้: 8265
  • FC COBRA
    • ดูรายละเอียด
ถ้าไม่ได้พระองค์คงจะไม่มีประเทศไทยในทุกวันนี้ ขอสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และขอขอบคุณพี่ชายมากครับ....

ออฟไลน์ taa2632

    FC 11261
  • Full Member
  • กระทู้: 330
    • ดูรายละเอียด
ดีจังได้สิ่งดีๆ มากล้นด้วยข้อมูลเต็มเปี่ยมเลย

ออฟไลน์ tai_thep999

    FC 21881
  • มิตรภาพดีๆ มีที่บ้านหลังนี้
  • Full Member
  • กระทู้: 3395
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณครับ ได้ความรู้ครับ

ออฟไลน์ apiruck

    FC 17273
  • Full Member
  • กระทู้: 6
    • ดูรายละเอียด
หากลูกคนโตรู้ เขาคงอยาก...ได้มากๆๆๆๆ.... ครับ

ออฟไลน์ chaiyoyoyo

    FC 15442
  • Full Member
  • กระทู้: 30495
  • FC ปทุมธานี รวมพลคนรักครอบครัว
    • ดูรายละเอียด

 


* TC-DRIVE


Facebook Comments