* Synergy E

* SD

* Siam Diesel

* ทิดอ๊อด

* Yokohama

* ประกาศ

เว็บ Fortuner-Club.com หรือชมรมฟอร์จูนเนอร์คลับสร้างขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2547 โดยเว็บมาสเตอร์เป็นผู้เริ่มก่อตั้งขึ้นมาก่อนเพียงผู้เดียว ขณะนี้ทางเว็บ Fortuner-Club.com หรือชมรมฟอร์จูนเนอร์คลับเดิมที่ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่เริ่มต้นดูแลอยู่โดยตัวแทนคณะทำงานของเว็บมาสเตอร์เท่านั้น หากมีการจัดกิจกรรมหรือจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกใดๆของบุคคลใดๆหรือกลุ่มใดๆที่ใช้ชื่อว่า Fortuner Club โดยที่ทางเว็บ fortuner-club.com หรือทางเว็บมาสเตอร์ไม่ได้รับทราบ หรือไม่ได้ประกาศแจ้งผ่านทางเว็บ www.fortuner-club.com หรือทางเฟสบุ๊คเพจ www.fb.com/fortunerclub.com หรือทางกลุ่มเฟสบุ๊ค www.fb.com/groups/toyotafortunerclub ถือว่าทางเว็บ Fortuner-Club.com ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่สามารถจะรับผิดชอบความเสียหายใดๆที่จะเกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมอื่นใดเหล่านั้นทั้งสิ้น

หากมีข้อสงสัยประการใดในเรื่องกิจกรรมต่างๆสามารถติดต่อสอบถามทางเว็บหรือเว็บมาสเตอร์ได้ที่อีเมล์ adminfortunerclub@gmail.com เท่านั้น

* Gas Club


ผู้เขียน หัวข้อ: รัฐเตรียมขึ้นภาษีป้ายฯรถติดแอลพีจี! กดดันให้ใช้น้อยลง แถมขอลดจำนวนปั้ม-หวั่นขาดท  (อ่าน 2008 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ thorn2200

    FC 49450
  • Full Member
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
รัฐเตรียมขึ้นภาษีป้ายฯรถติดแอลพีจี! กดดันให้ใช้น้อยลง แถมขอลดจำนวนปั้ม-หวั่นขาดทุน


updated: 05 พ.ค. 2558 เวลา 16:00:54 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ภายในเดือนนี้เตรียมหารือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเก็บภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เพิ่มขึ้น รวมทั้งพิจารณาจัดเก็บภาษีนำเข้าอุปกรณ์ ตัวถังแอลพีจีที่จะดัดแปลงนำมาติดตั้งใช้ในรถยนต์เพิ่มขึ้นเช่นกัน เพื่อทำให้ปริมาณรถยนต์ที่จะหันมาติดตั้งแอลพีจีลดต่ำลง เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้แอลพีจีในภาคขนส่งขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งปริมาณการใช้และจำนวนปั๊มที่ขยายตัวรวดเร็วทำให้ต้องนำเข้าแอลพีจีเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันราคาแอลพีจีที่ผ่านมามีการอุดหนุนในราคาต่ำ และต้องตรวจสอบมากกว่ารถยนต์ทั่วไป และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะรถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซแอลพีจีส่วนใหญ่เป็นรถเก่าและเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้หลายครั้ง

นอกจากนี้ต้องการส่งสัญญาณไปยังธุรกิจปั๊มแอลพีจี ว่าควรมีการชะลอการขยายจำนวนปั๊มเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีจำนวนปั๊มแอลพีจีอยู่ 2,003 แห่ง เพราะอนาคตจะมีการเติบโตที่ลดลงแน่นอน ซึ่งหากปั๊มแอลพีจีที่มีมากขึ้นต่อเนื่อง จะยิ่งประสบปัญหาขาดทุนในอนาคต

และกระทรวงพลังงานมีแนวคิดที่จะออกมาตรการสำคัญคือการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตของแอลพีจีภาคขนส่งให้เท่ากับน้ำมันเพื่อความเท่าเทียมกันตามค่าความร้อนซึ่งปัจจุบันน้ำมันเก็บภาษีสรรพสามิตเฉลี่ย 4-5 บาทต่อลิตร โดยแนวทางจะพิจารณาจัดเก็บภาษีฯที่หัวจ่าย เพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติและป้องกันไม่ให้มีการลักลอบใช้แอลพีจีข้ามประเภท ขณะเดียวกันมาตรการหากนำมาใช้ราคาแอลพีจีจะสูงขึ้นอีกทำให้ราคาแอลพีจีภาคขนส่งขายปลีกไม่ต่างจากน้ำมันมากนัก







ที่มา : มติชนออนไลน์

ออฟไลน์ rungcs

    FC 31250
  • Full Member
  • กระทู้: 210
  • ชอบฟอร์จูนเนอร์มากครับ
    • ดูรายละเอียด
ผลประโยชน์เข้ารัฐก็จริง แต่คนที่อยากประหยัด ก็เดือดร้อนกันไปหมด คิดแบบนี้เจริญลงชัดเจน ไทยแลนออนลี่

ออฟไลน์ anggoon

    FC 28345
  • อ่างทอง 06
  • Full Member
  • กระทู้: 37109
  • THIS IS ANFIELD
    • ดูรายละเอียด

ออฟไลน์ Chanya2707

    FC 50099
  • Full Member
  • กระทู้: 7
    • ดูรายละเอียด
เพิ่งไปติดวันนี้เอง จะทันได้ประหยัดไม๊เนี๊ยะเรา เฮ้อ...Thailand only

ออฟไลน์ wihok_noknoi

    FC 48726
  • Full Member
  • กระทู้: 10
    • ดูรายละเอียด
ขนส่งทางบก ยันไม่มีแผนขึ้นภาษีรถใช้แอลพีจี

ขนส่งทางบก เบรกแผนกรมธุรกิจพลังงาน ยันไม่มีนโยบายขึ้นภาษีรถใช้แอลพีจี ยังคงเก็บอัตราเดิม หากจดทะเบียนมาแล้ว 5 ปี จะได้รับการลดหย่อนอีก 10-50%...

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 58 นายสุชาติ กลิ่นสุวรรณ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ทางกรมฯ ยังไม่มีนโยบายปรับเพิ่มภาษีประจำปีรถยนต์ ที่ใช้แก๊สแอลพีจีในตอนนี้ และยังคงเรียกเก็บภาษีในอัตราเดิม ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 โดยถ้าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน จัดเก็บภาษีตามความจุ ของกระบอกสูบรวมกันของเครื่องยนต์ ขนาดไม่เกิน 600 ลูกบาศก์เซนติเมตร (ซีซี) คิดซีซีละ 0.50 บาท ส่วนที่เกิน 600-1,800 ซีซี คิดซีซีละ 1.50 บาท เกิน 1,800 ซีซี คิดซีซีละ 4 บาท และหากเป็นรถที่จดทะเบียนมาแล้ว 5 ปี จะได้รับการลดหย่อนภาษีประจำปีในปีต่อๆ ไปอีก 10-50% ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ กรมธุรกิจพลังงานได้แจ้งว่า อยู่ระหว่างการเตรียมหารือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้พิจารณาขึ้นภาษีรถยนต์ประจำปี สำหรับรถที่ใช้เชื้อเพลิง แอลพีจี รวมทั้งพิจารณาจัดเก็บภาษีนำเข้าอุปกรณ์ ตัวถังแอลพีจีที่ดัดแปลงนำมาติดตั้งใช้ในรถยนต์เพิ่มอีกด้วย เพื่อทำให้ปริมาณรถยนต์ที่จะหันมาติดตั้งแอลพีจีลดน้อยลง หลังจากที่ผ่านมาการใช้แอลพีจีในภาคขนส่ง มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ปัจจุบัน มีจำนวนรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก 2,300 คัน เป็นรถจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 2,262 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล และรถที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.การขนส่งอีก 38 คัน ขณะที่รถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 36,159,812 คัน เป็นรถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง 24,983,990 คัน น้ำมันดีเซล 9,223,381 คัน แอลพีจี 1,240,783 คัน และเอ็นจีวี 415,164 คัน

http://www.thairath.co.th/content/497427

ออฟไลน์ naeng

    FC 22295
  • Full Member
  • กระทู้: 661
    • ดูรายละเอียด
จริง ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยนะดีแล้วครับ ปล่อยให้มันเป็นไปตามราคาตลาดผู้บริโภคเลือกเองนะครับ
ผมเคยใช้ 2.7 เอามาติดแก๊สตอนแก๊ส 11.29 ที่แปดริ้ว ดีเซล 30 บาท
ตอนนี้ 14.50 ดีเซล 26 บาท ผมเลยมองว่ารถติดแก๊ส มันไม่ประหยัดเหมือนเดิมแล้วนะ ถ้าาคาน้ำมันดีเซลเป็นแบบนี้นะ
แต่ถ้าดีเซลขึ้น LPG ไม่ขึ้น LPG ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดคับ

เท่าที่ศึกษามา LPG สะอาดกว่าดีเซล

ออฟไลน์ AUTO

    FC 3679
  • Full Member
  • กระทู้: 130
    • ดูรายละเอียด
เดี๋ยวนี้ถ้าเทียบกัน  คือพอพอกันไม่ประหยัดกว่าดีเซลแบบเดิมกิโลล่ะ 1 บาทอีกต่อไปแล้ว   เพราะดีเซลถูกกว่าเดิม ในขณะที่แก๊สขึ้นราคา 
คือเดี๋ยวนี้ค่าใช้จ่ายพอกัน  ใช้แก๊สก็ไม่ได้แพงกว่าดีเซล ถูกกว่าก็นิดหน่อย แต่ไม่แพงกว่าแน่นอน  แรงจูงใจน้อยลงในการใช้รถเบนซิน

ออฟไลน์ neked

    FC 50128
  • Full Member
  • กระทู้: 9
    • ดูรายละเอียด
ตอนก่อนใช้ก็รณรงค์ให้ใช้พลังงานทางเลือก  แต่พอใช้ แล้วจะขึ้นภาษี เอาไงค้าบ ลวกพี่

 


Facebook Comments