* Synergy E

* Lamina

* Siam Diesel

* ทิดอ๊อด

* ประกาศ

เว็บ Fortuner-Club.com หรือชมรมฟอร์จูนเนอร์คลับสร้างขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2547 ขณะนี้ทางเว็บ Fortuner-Club.com หรือชมรมฟอร์จูนเนอร์คลับเดิมที่ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่เริ่มต้นดูแลอยู่โดยตัวแทนคณะทำงานของเว็บมาสเตอร์เท่านั้น หากมีการจัดกิจกรรมหรือจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกใดๆของบุคคลใดๆหรือกลุ่มใดๆที่ใช้ชื่อว่า Fortuner Club โดยที่ทางเว็บ fortuner-club.com หรือทางเว็บมาสเตอร์ไม่ได้รับทราบ หรือไม่ได้ประกาศแจ้งผ่านทางเว็บ www.fortuner-club.com หรือทางเฟสบุ๊คเพจ www.fb.com/fortunerclub.com หรือทางกลุ่มเฟสบุ๊ค www.fb.com/groups/toyotafortunerclub ถือว่าทางเว็บ Fortuner-Club.com ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่สามารถจะรับผิดชอบความเสียหายใดๆที่จะเกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมอื่นใดเหล่านั้นทั้งสิ้น

หากมีข้อสงสัยประการใดในเรื่องกิจกรรมต่างๆสามารถติดต่อสอบถามทางเว็บหรือเว็บมาสเตอร์ได้ที่อีเมล์ adminfortunerclub@gmail.com เท่านั้น

* Gas Club


ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวยาง Nexen โดย Saew Kroner  (อ่าน 6317 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ webmaster

    FC 10
  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 923
    • ดูรายละเอียด
รีวิวยาง Nexen โดย Saew Kroner
« เมื่อ: เมษายน 18, 2017, 01:07:53 PM »
  • Share
  • ปัจจุบัน รถยนต์ได้มีการออกแบบและพัฒนารูปแบบออกมาแตกต่างกันมากมาย เพื่อตอบสนองการใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละแบบ แต่ละรุ่นไป โดยยางรถยนต์ ถือเป็นจุดแรกๆที่เราต้องใส่ใจ ในด้านความปลอดภัยยานยนต์ ก็เช่นเดียวกัน ย่อมจะต้องการออกแบบและพัฒนาทั้งด้านขนาด โครงสร้างยาง และดอกยาง ให้ตอบโจทย์การใช้งานในรถยนต์แต่ละประเภท และรูปแบบการ น้ำหนักบรรทุก การโดยสาร การใช้งานบนถนน หรือเส้นทางที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย

    เร็วๆนี้เอง ผมได้รับเกียรติจาก บริษัท เอเซียไทร์เวนเจอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ยี่ห้อ NEXEN จากประเทศเกาหลี ให้ได้โอกาสมาทำการทดสอบ และแบ่งปันข้อมูลแก่สาธารณะ โดยรถยนต์คันที่ผมใช้ทดสอบนั้น เป็นรถ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 3.0 2WD VSC ปี 2554 ของผมเอง (รูปที่ 1) ซึ่งแน่นอนว่า ยางที่นำมาทดสอบ ย่อมเป็นยางขนาดมาตรฐานติดรถยนต์จากโรงงาน นั่นคือ 265/65/17 เป็นยางสำหรับ SUV ที่มีการออกแบบดอกยางให้ใช้บนถนนหรือแบบ H/T นั่นเองครับ (ดูภาพลักษณะยาง ตามภาพที่ 2 -3 และรายละเอียดของยางตามขนาดที่ได้รับมาทำการทดสอบ ตามภาพที่ 4)

    ส่วนเรื่องใด ที่ต้องมีภาพประกอบ และกล่าวอ้างถึงในบทความนี้ รบกวนท่านผู้อ่านลองคลิกเข้าไปดูคำบรรยายตามที่ภาพนั้นๆได้เลยนะครับ

    .
    .
    * คุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตออกแบบไว้ *
    ก่อนอื่น เราคงต้องคุยกันถึงคุณสมบัติของยาง ในรุ่นที่ใช้ทำการทดสอบเสียก่อน ว่าผู้ผลิตนั้น ออกแบบยางรุ่นนี้ เพื่อให้มีคุณสมบัติเด่นๆในด้านใดบ้าง (ดูภาพที่ 5 ประกอบไปด้วยนะครับ)

    ว่ากันหลักๆ ยางรุ่นนี้ ทางผู้ผลิตได้เน้นการออกแบบให้ ยางมีความเงียบนุ่มนวล มีความทนทาน ดอกยางทนต่อการสึกหรอ (ด้านซ้ายบนของภาพที่ 5) โดยดูได้จากออกแบบให้ Treadware 640 (ตามภาพที่ 6) สำหรับท่านที่ชอบดอกยางทนทาน ผมว่าตัวนี้น่าจะถูกใจไม่น้อย

    ทั้งนี้ หากดูค่าประเมินด้านต่างๆจากส่วนด้านขวาบนของภาพที่ 5 นั้น ทางผู้ผลิตยังให้ผลการประเมินด้านประสิทธิภาพในแง่ของความทนทานที่เป็นเลิศ Durability ที่ 4.0 และ Wear ที่ 4.5) ส่วนความนุ่มนวล และการลดเสียงรบกวนก็ได้ผลการประเมินที่เป็นเลิศเช่นกัน (Comfort & Noise ที่ 4.0)

    ด้านประสิทธิภาพบนพื้นถนนแห้งและเปียก ตลอดจน ช่วยประหยัดน้ำมันนั้น ก็ประเมินได้ผลออกมาอย่างดีเยี่ยมเช่นกันครับ
    (Dry Performance 3.5 / Wet Performance 3.0 and Fuel Consumption 3.0)

    เรายังอยู่ในส่วนของภาพประกอบที่ 5 ลองมาดูภาพที่ให้คำอธิบายเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ได้จากการออกแบบลายดอกยางสำหรับยางรุ่นนี้กันครับ เริ่มด้วย ด้านซ้ายนั้น อธิบายว่า ลายดอกยาง ได้มีการออกแบบเพิ่มร่องเล็กๆซิกแซกเส้นบางๆนั่น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน และลดระยะเบรก ถัดลงมา เป็นภาพของการปาดมุมดอกยาง เพื่อช่วยสลัดโคลนที่ติดหน้ายางออกได้ดียิ่งขึ้น

    ในฝั่งของด้านขวาล่างตามภาพประกอบที่ 5 นั่น ทางผู้ผลิตได้กล่าวถึงการออกแบบดอกยางในส่วนของไหล่ยางที่มีขนาดใหญ่ ช่วยด้านการยึดเกาะถนน ให้การควบคุมได้ดียิ่งขึ้น ส่วนด้านล้าง กล่าวถึงการออกแบบร่องยางในส่วนกลาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวน และลดการสึกหรอได้ดียิ่งขึ้น

    ข้อมูลข้างต้น คือส่วนที่ทางผู้ผลิตออกแบบแล้วประเมินไว้ให้ ส่วนผลการทดสอบออกมาเป็นอย่างไรนั้น เรามาติดตามกันครับ

    ในตอนแรกที่ได้ยางมา ผมยังอดเสียดายไม่ได้ว่า การทดสอบยางรถยนต์ในช่วงนี้(ปลายมีนาคม) ทำให้อาจจะไม่ได้ทดสอบยางบนเส้นทางฝนตกถนนลื่น หรือที่มีน้ำท่วมขัง ทำให้การทดสอบไม่ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตจริงเท่าที่ควร

    แต่ช่างโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่หลังจากได้ยางมา ก็มีฝนตกแรงๆให้เราได้มีโอกาสทดสอบประสิทธิภาพการรีดน้ำ และการยึดเกาะบนถนนลื่นเปียกได้ด้วย

    .
    .
    * สัมผัสแรก *
    ว่ากันที่แรกเริ่ม เมื่อหลังจากได้เปลี่ยนยางมาทันที อันนี้เปรียบเทียบความรู้สึกกับยางชุดเดิมที่เพิ่งเปลี่ยนออกไปได้ไม่ยาก โดยความรู้สึกแรก จับได้ชัดเจนว่า NEXEN Roadian HTX RH5 นั้น เป็นยางที่แก้มนุ่มนวลเป็นพิเศษ เพราะระหว่างยางชุดเดิม กับ NEXEN Roadian HTX RH5 ชุดที่ใช้ทดสอบนี้ ผมให้เติมลมยางเท่ากัน โดยที่ล้อคู่หน้า เติมลมไว้ที่ 33 psi ส่วนล้อหลังที่ 31 psi ตามสูตรที่ผมใช้เติมกับฟอร์จูนเนอร์ ที่มีขนาดกระทะล้อ 17 นิ้วครับ

    ทีนี้ พอยางชุดเดิม กับชุดใหม่ เติมลมยางเท่าๆกัน แล้วเมื่อขับออกมาจับสัมผัสเปรียบเทียบได้เลยว่าแก้มยางนุ่มกว่ายางชุดเดิม ซึ่งปกติแล้ว ผมชอบยางที่แก้มไม่นุ่มไม่แข็งเกินไป เพราะเกรงว่า แก้มแข็งเนี่ย จะปรับลมยางเพื่อปรับความถี่สปริงที่แก้มยางได้ลำบาก ส่วนยางที่แก้มนุ่มไป ก็เกรงว่า แก้มยางจะอ่อน เสียหายได้ง่าย อันหลังนี่ เป็นความเชื่อนะครับ ซึ่งข้อเท็จจริงมันอาจจะเป็นคนละเรื่องกันครับ

    ด้านความความนุ่มนวลของแก้มยางดูจะเป็น จุดแรกที่สัมผัสได้อย่างเด่นชัดกับยาง NEXEN Roadian HTX RH5 ชุดนี้ ส่วนความเงียบของดอกยางนั้น ผมยังไม่ให้น้ำหนักเท่าใด เพราะอย่างไรเสีย ยางใหม่นั้น ดอกยางสำหรับ H/T ประเภทเดียว ยางใหม่ๆเพิ่งใช้งานกันคงให้ความนุ่มเงียบกว่ายางชุดเดิมที่ผ่านการใช้งานมากว่า 4 หมื่น กม.

    ทีลองมาดูข้อดีของแก้มยางที่อ่อนนุ่ม จากความเห็นส่วนตัว และประสบการณ์ทำงานของผมเอง ยางที่มีแก้มยางอ่อนนุ่มนั้น ง่ายต่อการจัดการด้านปรับความถี่ของสปริงที่แก้มยางมากกว่า ยางแก้มเตี้ย หรือยางที่แก้มยางค่อนข้างแข็ง

    ผมจึงมักเพราะผมมักใช้ลมยางเพื่อปรับความถี่ของสปริงที่แก้มยางให้เข้ากันกับความถี่ของระบบกันเสทือน หากเราทดสอบหาค่าลมยางที่พอเหมาะแล้ว จะพบว่า ด้วยช่วงล่างสปริงเดิมๆและโช้คเดิมๆติดรถมาจากโรงงาน ก็สามารถปรับแต่งให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล และแน่นหนึบไปได้ด้วยค่าใช้จ่ายน้อยมาก เพียงทดสอบปรับลมยางหาค่าที่เหมาะสมที่สุด

    ในกรณียาง NEXEN Roadian HTX RH5 ที่แรกขับรู้สึกแก้มยางอ่อนนิ่มกว่ายางชุดเดิมมากพอสมควร ด้วยลมยางเดิมที่ หน้า 33 และหลัง 31 psi ผมจึงปรับลมยางเพิ่มอีกนิดหน่อย เพียง 1 psi เป็น หน้า 34 หลัง 32 ก็ได้ความรู้สึกมั่นคงยิ่งขึ้น แต่ยังคงให้ความนุ่มนวลกว่ายางชุดเดิมไดเป็นอย่างดี

    หลังจากปรับตัวปรับลมยางตามที่ต้องการแล้ว การทดสอบด้านต่างๆย่อมต้องตามมา โดยปกติแล้ว การทดสอบยางของผม พยายามอย่างยิ่ง ให้ได้มีโอกาสทดสอบการยึดเกาะกับถนนเปียก หรือแม้แต่ลุยแอ่งน้ำท่วมขัง เพราะเรื่องนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของพวกเรา

    .
    .
    * การขับขี่บนถนนแห้ง *
    เป็นสภาพแวดล้อมพื้นฐานของการทดสอบยางรถยนต์ทั่วไป จากการใช้งานบนถนนคอนกรีต ซึ่งมักมีตะเข็บถนนเป็นช่วงช่วงๆตลอดเส้นถนนทาง ยางแก้มนุ่มอย่าง NEXEN Roadian HTX RH5 ทำได้เงียบดีทีเดียว เมื่อรถขับผ่านถนนคอนกรีต และบดผ่านตะเข็บถนนหนาๆ ให้ความนุ่มสบายสมกับค่า Comfort / Noise ที่ประเมินไว้ในระดับดีเลิศ ในด้านการยึดเกาะบนนถนนคอนกรีตนี่ คงไม่น่าเป็นห่วง ถัดไปจึงมองหาถนนลาดยางที่ใช้งานมานาน ครั้งนี้ ก็ไม่ผิดหวัง เพราะยาง NEXEN Roadian HTX RH5 ยังคงให้การยึดเกาะถนนได้ดี ทั้งทางตรง และจิกเข้าโค้ง อีกทั้งยังเงียบเสียงได้กว่า การขับขี่บนถนนคอนกรีต และขณะทดสอบ ยังไม่พบเสียงเอี๊ยดอ๊าดของยางเมื่อทำการกลับรถอย่างเร็วๆ อย่างที่มักพบเจอกับยางติดรถ 4WD/SUV ทั่วไป

    บนเส้นทางลูกรัง อันนี้ยังคงไม่หมดไปจากบ้านเราง่ายๆหรอกนะ (รถไฟความเร็วสูงต้องรอไปก่อน) ยาง NEXEN Roadian HTX RH5 ซึ่งแม้จะเป็นยางประเภท Highway Terrain (H/T) หรือยางที่ออกแบบให้ใช้บนนถนนเป็นหลักนั้น ก็ยังใช้งานได้อย่างสบาย ทั้งการไต่เนินลูกรัง (อันนี้เอาไปทดสอบในสุสาน ขับไปทดสอบตอนไปเช็งเม้งพอดีแหละ) อีกทุกลุยโคลนลูกรังในร่องทางได้อย่างสบาย ไม่ต้องห่วงติดหล่มง่ายๆ งานนี้ ดอกยางที่ออกแบบให้ช่วยสลัดโคลนออกจากหน้ายาง ทำงานได้ดีทีเดียวครับ

    การขับขี่บนถนนลูกรังที่มีทั้งฝุ่น และกรวด ประกอบกับเส้นทางเพิ่งผ่านการรับฝนมาหมาดๆ ไม่ได้เป็นปัญหากับยาง NEXEN Roadian HTX RH5 แต่อย่างใด ทำให้สบายใจได้ว่า แม้ว่าเราจะใช้เป็นยางประเภท H/T กับรถ 4WD/SUV ของเราแล้ว ความเป็นรถเอนกประสงค์ของเรา ก็ยังพาเราไปได้ทุกเส้นทางที่ต้องไปอย่างไม่น่าห่วงเลยครับ

    .
    .
    * การขับขี่บนถนนเปียก หรือมีน้ำท่วมขัง *
    อย่างที่บอกแต่แรก ว่าตั้งใจจะทดสอบยาง ต้องไม่ควรพลาดการทดสอบยางบนถนนเปียกลื่น ซึ่งครั้งนี้ โชคดี ที่มีฝนตกอยู่หลายวัน แถมตกหนักเสียด้วยครับ

    ลักษณะการขับขี่บนถนนเปียกขณะฝนเพิ่งตกนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า ฝนตกใหม่ๆ ถนนจะลื่นมากเป็นพิเศษ แต่กับ NEXEN Roadian HTX RH5 นั้น บอกได้เลยว่า การเลือกใช้ความเร็วเดินทางปกติในขณะที่ถนนเปียกลื่นนั้น การยึดเกาะถนนยังเป็นไปได้ดี ให้ความมั่นใจได้ว่า การรีดน้ำ หรือการยึดเกาะถนนนั้น NEXEN Roadian HTX RH5 ยังคงมีมากพอที่จะขับขี่ได้อย่างมั่นใจในสภาพถนนลื่นแบบนี้ ช่วยผ่อนคลายความเกร็งในการขับขี่บนถนนลื่นได้เป็นอย่างดีเชียวครั้บ ทั้งนี้ ก็ไม่อยากให้ท่านผู้อ่านเกิดความประมาท ใช้ความเร็วแบบถนนแห้งไปเลยนะครับ อย่าลืมว่า ใช้รถ ใช้ถนน ความปลอดภัยย่อมต้องมาก่อน

    ที่พลาดไม่ได้อีกการทดสอบหนึ่งคือ การขับฝ่าถนนที่มีน้ำท่วมขัง อันนี้สำคัญมากทีเดียวครับ สมัยหนุ่มๆเคยเลือกใช้ยางผิด พาลเอาหงุดหงิดตลอดไปหน้าฝนกันไปเลยเชียวครับ กล่าวคือ ยางที่ดี ควรมีการรีดน้ำที่มีประสิทธิภาพมากพอ มีร่องดอกยาง ที่ทำให้เราขับผ่านแอ่งน้ำท่วมขัง โดยไม่เกินอาการเผินน้ำง่ายๆ หรือกรณีที่ขับผ่านแอ่งน้ำด้วยล้อข้างเดียว ก็จะต้องไม่เกิดอาการดึง หรือเกิดแรงสะบัดที่พวงมาลัย จนเกิดการสูญเสียการควบคุมทิศทางได้ง่ายๆ

    แน่นอนที่สุด NEXEN Roadian HTX RH5 ได้ถูกผมทดสอบผ่านด่านแอ่งน้ำท่วมขังด้วย ทั้งลักษณะการลุยผ่านแอ่งน้ำด้วยล้อทั้ง 2 ข้างพร้อมๆกัน และวิ่งผ่านแอ่งน้ำด้วยล้อข้างใดข้างหนึ่ง(ซ้าย หรือ ขวา)

    โดยเส้นทางที่ผมเลือกใช้ มีแอ่งน้ำให้เล่นหลายแอ่งทีเดียวครับ มีทั้งแอ่งข้างขวา หรือแอ่งใหญ่ ที่พอจะเอารถแหวกผ่านตรงๆไปได้เลย เส้นทางถนนพระราม 3 เวลาฝนตกหนักๆนี่ เตรียมพบกับสารพัดแอ่งน้ำได้เลยครับผม

    หัวใจในการทดสอบความปลอดภัยย่อมต้องมาก่อน ดังนั้น เมื่อเริ่มทดสอบขับฝ่าแอ่งน้ำนั้น ย่อมต้องใช้ความเร็วไม่มากนัก เพื่อจับอาการเสียก่อน โดยแอ่งน้ำที่เลือกขับฝ่าตามเส้นทางนี้ กะคร่าวๆด้วยสายตา จะมีความสูงของผิวน้ำจากผิวถนนไม่น้อยกว่า 3 ซม.ครับ

    ความเร็วเริ่มต้นที่ใช้ทดสอบ ก็จะเริ่มที่ 50 กม./ชม. ซึ่งการขับฝ่าแอ่งน้ำที่ความเร็วระดับนี้ ทั้งแบบลงพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง และข้างผ่านเพียงล้อข้างใดข้างหนึ่ง(ในที่นี้จะเป็นข้างขวาที่ฝ่าแอ่งครับ) ทั้ง 2 กรณี ที่ความเร็วนี้ ไม่พบอาการเผินน้ำ หรืออาการสะบัดของพวงมาลัย เมื่อฝ่าแอ่งน้ำด้วยล้อขวาข้างเดียวเลยครับ

    จากนั้น ผมได้ทดสอบแบบค่อยๆเพิ่มความเร็วในการฝ่าแอ่งน้ำทั้ง 2 กรณี จนกระทั่งความเร็วที่ 100 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยในการทดสอบ เนื่องจากเราทำการทดสอบบนถนนที่ใช้ร่วมกันกับเพื่อนร่วมทางน่ะครับ จากการที่ค่อยๆเพิ่มความเร็วในการทดสอบด่านนี้ ทำให้เราพบว่า แม้ดอกยางจะรีดน้ำได้ดี สังเกตได้จากการฝ่ายลุยแอ่งน้ำแบบลุยผ่านพร้อมกันด้วยล้อทั้ง 2 ข้างที่ความเร็วสูงขึ้นๆ ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้ถึงแรงดึงหน่วงกับตัวรถมากขึ้นๆตามความเร็วที่มากขึ้น แสดงว่าดอกยางรีดน้ำได้ดี จึงการการหน่วงตรงส่วนนี้

    อย่างไรก็ตาม ความกังวลที่เกิดขึ้นกับตัวผมตอนนั้นที่ตามมาก็คือ แล้วแบบนี้ หากทดสอบแบบลุยแอ่งน้ำด้วยล้อข้างเดียวที่ความเร็วสูงขึ้นๆนั้น ล้อที่ผ่านน้ำ จะเกิดแรงดึงมากเกินไปจนเกิดอาการสะบัดที่พวงมาลัยหรือเปล่า?

    จากการทดสอบด่านนี้ ทำเอาผมอดแปลกใจไม่ได้ว่า แม้ลุยแอ่งน้ำด้วยล้อข้างเดียว ที่ความเร็วสูงขึ้นๆจนถึงความเร็วที่ 100 กม./ชม. แรงดึงที่พอสัมผัสได้นั้น ไม่ถือว่าทำให้เกิดอาการสะบัดที่พวงมาลัยในระดับที่คิดกังวลเลยครับ เพราะสามารถขับฝ่าแอ่งน้ำไปได้แบบพอรู้สึกว่าล้อฝ่าน้ำไปข้างเดียวเท่านั้นเอง แค่พอรู้สึก เน้นย้ำตรงนี้ไว้เลยละกันครับ ที่ความเร็วตามที่ผมทดสอบ และระดับแอ่งน้ำที่ไม่ตื้นกว่า 3 ซม. และคะเนว่าบางแอ่งก็สูงราวๆ 10 ซม. ในบางช่วงของเส้นทางที่ใช้ทดสอบ เราพบว่าดอกยางที่ออกแบบมา สามารถรีดน้ำได้ดี ในขณะที่ไม่สร้างอาการสะบัดที่พวงมาลัยในระดับที่จะทำให้ตกอกตกใจกันได้ง่ายๆครับ

    ข้อสรุปจากทดสอบบนถนนเปียก ด้วยการการที่ผู้ผลิตได้ประเมินผล Wet Performance ไว้ในระดับดีเยี่ยมที่ 3.0 นั้น ผมว่าน่าจะประเมินไว้แบบถ่อมตัวเล็กน้อยล่ะครับ

    .
    .
    * ประเมินโดยภาพรวม *
    ยาง NEXEN Roadian HTX RH5 จัดเป็นยางที่ใช้งานได้ครอบคลุม ตอบโจทย์การใช้งานกับรถอเนกประสงค์ อย่าง SUV/PPV ในบ้านเราที่ต้องเผชิญสภาพถนนรูปแบบต่างๆ ทั้งถนนแห้ง และถนนเปียกได้อย่างสบาย ทั้งยังให้ความนุ่มนวล มีความยืดหยุ่นในการปรับลมยางที่เหมาะสม ให้การเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และมีเสียงรบกวนต่ำ หากมองหายางที่ตอบโจทย์เกล่านี้ ยาง NEXEN Roadian HTX RH5 ก็น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไปครับ














     


    Facebook Comments